คิวบาวิกฤตไฟดับซ้ำซาก: 5 ครั้งใน 5 เดือน กระทบคนกว่า 10 ล้านชีวิต

ชมเพิ่มเติม: Cuba suffers second nationwide blackout in five days โดย FRANCE 24 English
เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 กริดไฟฟ้าของคิวบาดับสนิทเป็นครั้งที่สามในรอบ 10 วัน บริษัทพลังงานแห่งชาติ UNE รายงานว่าระบบเกิด "การตัดการเชื่อมต่อทั้งหมด" เวลา 11.05 น. ตามเวลาท้องถิ่น ทำให้ชาวคิวบากว่า 10 ล้านคน ทั่วทั้งเกาะต้องนั่งมืดอีกครั้ง นับเป็นไฟดับทั่วเกาะครั้งที่ 5 ของปีนี้
วิกฤตครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นจุดระเบิดของปัญหาที่สะสมมานานหลายทศวรรษ — กริดไฟฟ้าที่ล้าสมัย เชื้อเพลิงที่ขาดแคลน และแรงกดดันทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทับถมกัน

กริดไฟฟ้าที่กำลังพัง: ตัวเลขที่บอกทุกอย่าง
ความเลวร้ายของสถานการณ์สะท้อนชัดเจนในตัวเลข: คิวบามีโรงไฟฟ้าที่มีกำลังผลิตติดตั้งรวม 3,000 เมกะวัตต์ แต่ผลิตได้จริงเฉลี่ยเพียง 1,278 เมกะวัตต์ — น้อยกว่าครึ่งหนึ่ง ขณะที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าในช่วงพีคอยู่ที่ราว 3,100 เมกะวัตต์ นั่นหมายความว่ากริดขาดแคลนพลังงานถึง 1,700–1,800 เมกะวัตต์ ในทุกวัน
ระบบที่ไม่มีกำลังสำรองเลยเช่นนี้ไม่อาจทนต่อความเสียหายเพียงจุดเดียวได้ เมื่อโรงไฟฟ้า Nuevitas เกิดขัดข้องในวันที่ 10 กรกฎาคม ขณะที่โรงไฟฟ้า Antonio Guiteras กำลังรีสตาร์ท (การดับครั้งที่ 17 ของปีนี้เพียงโรงเดียว) กริดทั้งหมดก็พังพาบลงในพริบตา
คิวบาพึ่งพาโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อน 16 แห่ง ที่ส่วนใหญ่สร้างขึ้นในช่วง ค.ศ. 1960–1980 ด้วยเทคโนโลยีโซเวียต ญี่ปุ่น และเชโกสโลวาเกีย โรงงานเหล่านี้ผ่านการใช้งานมากกว่า 40–60 ปี และไม่ได้รับการซ่อมบำรุงอย่างเต็มที่มาเป็นเวลานาน เนื่องจากข้อจำกัดด้านงบประมาณและอุปกรณ์ที่หายากขึ้นทุกที

น้ำมันหายไปทุกเส้นทาง
หากโครงสร้างพื้นฐานเก่าแก่คือ "ดินปืน" การตัดน้ำมันก็คือ "ไม้ขีด" คิวบาผลิตน้ำมันในประเทศได้เพียงราว 40% ของความต้องการ อีก 60% ต้องนำเข้า โดย เวเนซุเอลา เคยเป็นซัพพลายเออร์หลักที่ส่งน้ำมันให้ราว 35,000 บาร์เรลต่อวัน
แต่นับตั้งแต่เดือนมกราคม 2569 สถานการณ์พลิกโฉมอย่างสิ้นเชิง รัฐบาลทรัมป์ออกคำสั่งฝ่ายบริหารประกาศให้คิวบาเป็น "ภัยคุกคามที่ผิดปกติและสุดวิสัย" พร้อมขู่ใช้มาตรการภาษีชั้นสูงกับทุกประเทศที่ยังส่งน้ำมันให้คิวบา ผลลัพธ์คือเวเนซุเอลาและเม็กซิโกหยุดส่งน้ำมันให้คิวบาโดยทันที เหลือเพียงเรือบรรทุกน้ำมันของรัสเซียเพียงลำเดียวที่สามารถเทียบท่าได้นับตั้งแต่นั้นมา
รัฐบาลคิวบาโยนความผิดทั้งหมดให้กับ "การปิดล้อมเชื้อเพลิงของสหรัฐฯ" ขณะที่เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ Michael Waltz โต้กลับว่า "เปลี่ยนแปลงแนวทางของคุณแล้วเปิดไฟให้ประชาชนของคุณเสียที" ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ครั้งนี้มีเพียงชาวคิวบาธรรมดาที่แบกรับผลกระทบโดยตรง
ผู้สนใจนโยบายการค้าของสหรัฐฯ อ่านข่าว ทรัมป์ขู่เก็บภาษีแคนาดา 50% เพิ่มเติมได้
ชีวิตในความมืด: ผลกระทบที่มองไม่เห็นจากข้างนอก
ตัวเลขและกราฟอาจอธิบายวิกฤตได้เพียงบางส่วน แต่ความเป็นจริงที่ชาวคิวบาเผชิญในแต่ละวันนั้นหนักกว่าที่คิด
เมื่อไฟดับ น้ำประปาหยุดไหลเพราะปั๊มน้ำต้องใช้ไฟฟ้า ตู้เย็นหยุดทำงานและอาหารที่สะสมไว้เน่าเสียใน 24–48 ชั่วโมง ระบบขนส่งสาธารณะหยุดชะงัก โรงพยาบาลต้องพึ่งเครื่องปั่นไฟสำรองที่มีน้ำมันจำกัด ในพื้นที่ชนบทบางแห่งไฟดับต่อเนื่องนานกว่า 70 ชั่วโมง
สหประชาชาติรายงานว่าอัตราการเสียชีวิตของทารกในคิวบา "เพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา" ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการเข้าถึงยาและอุปกรณ์การแพทย์ทำได้ยากขึ้น
ความอดทนของประชาชนถึงจุดแตกหัก — มีรายงานชาวฮาวานาออกมาประท้วงตามถนน เคาะหม้อเคาะกระทะ และตะโกน "เปิดไฟด้วย!" ท่ามกลางความมืด สะท้อนความเครียดที่สะสมมายาวนาน
จีนช่วยด้วยโซลาร์ฟาร์ม: การปฏิวัติพลังงานในยามวิกฤต
ท่ามกลางความมืดหม่น มีเรื่องราวหนึ่งที่น่าจับตา ในช่วงที่ถูกกดดันสุดขีด คิวบากำลังดำเนินการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่รวดเร็วที่สุดแห่งหนึ่งในโลก — ด้วยความช่วยเหลือจากจีน
ตั้งแต่ปี 2567 จนถึงต้นปี 2569 คิวบาสร้างและเชื่อมต่อ โซลาร์ฟาร์มใหม่ 49 แห่ง เข้ากับกริด เพิ่มกำลังผลิตจากพลังงานแสงอาทิตย์มากกว่า 1,000 เมกะวัตต์ ส่งผลให้สัดส่วนพลังงานแสงอาทิตย์ในการผลิตไฟฟ้าของคิวบาเพิ่มขึ้นจาก 5.8% ต้นปี 2568 มาเป็น 20% ในปี 2569
จีนให้ความช่วยเหลือเป็นมูลค่ารวมกว่า 117 ล้านดอลลาร์ ในแผงโซลาร์ในปี 2568 และเพิ่มเงินช่วยเหลือฉุกเฉินอีก 80 ล้านดอลลาร์ สำหรับอุปกรณ์ไฟฟ้าในเดือนมกราคม 2569 พร้อมทั้งส่ง ชุดโซลาร์ 5,000 ชุด ให้กับศูนย์สุขภาพทั่วประเทศ

เป้าหมายของคิวบาคือสร้างโซลาร์ฟาร์มให้ครบ 92 แห่ง ภายในปี 2571 และเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนเป็น 24% ภายในปี 2573 รัสเซียก็เข้ามาช่วยด้วยการปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อน 3 แห่งและสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ขนาด 200 เมกะวัตต์
อย่างไรก็ตาม พลังงานแสงอาทิตย์มีข้อจำกัดสำคัญ: ไม่ผลิตไฟฟ้าในเวลากลางคืน ซึ่งเป็นช่วงที่ความต้องการยังคงสูง หากไม่มีระบบกักเก็บพลังงาน (battery storage) ที่เพียงพอ กริดก็ยังคงเปราะบางในช่วงค่ำและกลางคืน คิวบากำลังติดตั้งระบบกักเก็บพลังงาน 4 ชุด แต่ปริมาณยังไม่เพียงพอกับความต้องการ
มองไปข้างหน้า: ทางออกต้องใช้เวลา
ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่าการแก้ปัญหากริดไฟฟ้าของคิวบาอย่างยั่งยืนต้องการการลงทุน 8,000–10,000 ล้านดอลลาร์ ในทศวรรษหน้า ขณะที่คิวบาลงทุนไปแล้วกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ โดยมีเงินสนับสนุนจากสหภาพยุโรปด้วย
สำหรับชาวคิวบา 10 ล้านคนที่ยังนั่งรอในความมืด วิกฤตครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าโครงสร้างพื้นฐานที่เสื่อมสภาพ รวมกับความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ สามารถทำลายคุณภาพชีวิตของประชาชนธรรมดาได้อย่างร้าวลึกเพียงใด
ขณะที่โลกกำลังเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด — เราเห็นได้จากการที่ อังกฤษขายรถยนต์ไฟฟ้าแซงหน้ารถน้ำมัน เป็นครั้งแรก — คิวบากำลังบังคับเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียนด้วยแรงกดดันที่ไม่มีใครเลือก การเปลี่ยนผ่านนี้จะประสบความสำเร็จหรือไม่ ยังคงเป็นคำถามที่ต้องติดตาม
แหล่งข่าว
- Al Jazeera — Cuba's power grid collapses again, triggering third blackout in 10 days
- Al Jazeera — Cuba suffers second island-wide blackout in a week amid Trump fuel blockade
- CNN — Cuba hit with nationwide blackout as US pressure continues
- CNN Climate — As the US starves it of oil, Cuba is pulling off one of the fastest solar revolutions on the planet
- Wikipedia — 2024–2026 Cuba blackouts
คำถามที่พบบ่อย
- ทำไมคิวบาถึงมีปัญหาไฟดับซ้ำซาก?
- คิวบาพึ่งพาโรงไฟฟ้าเก่าแก่จากยุคโซเวียต (ค.ศ. 1960–1980) ที่เสื่อมสภาพหนัก บวกกับการขาดแคลนน้ำมันหลังสหรัฐฯ กดดันให้เวเนซุเอลาและเม็กซิโกหยุดส่งน้ำมันให้คิวบา ทำให้กำลังผลิตต่ำกว่าความต้องการถึง 57%
- คิวบาวางแผนแก้ปัญหาอย่างไร?
- คิวบากำลังเร่งสร้างโซลาร์ฟาร์มด้วยความช่วยเหลือจากจีน ปัจจุบันพลังงานแสงอาทิตย์คิดเป็น 20% ของไฟฟ้าทั้งประเทศ (จากเดิม 5.8%) และมีเป้าหมายสร้างโซลาร์ฟาร์ม 92 แห่งภายในปี 2571
- เหตุการณ์นี้เกี่ยวข้องกับราคาน้ำมันโลกอย่างไร?
- การตัดน้ำมันจากเวเนซุเอลาเป็นผลโดยตรงจากนโยบายของรัฐบาลทรัมป์ที่คว่ำบาตรคิวบาและกดดันประเทศที่ส่งน้ำมันไปให้ สถานการณ์นี้ทำให้คิวบาต้องเร่งพัฒนาพลังงานหมุนเวียน แทนที่จะพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ต่างประเทศดาวเทียม ESA เผยของเหลวใต้แปซิฟิกพลิกทิศทางไหลกะทันหันปี 2010
งานวิจัยเอดินบะระวิเคราะห์ข้อมูลดาวเทียม Swarm ของ ESA พบธาตุเหล็กหลอมเหลวใต้แปซิฟิกพลิกทิศทางไหลจากตะวันตกเป็นตะวันออกฉับพลันปี 2010 สาเหตุยังเป็นปริศนา
ต่างประเทศวิจัยใหญ่ยืนยัน "น้ำยาป้ายฟัน" หยุดฟันผุเด็กเล็กได้ครึ่งหนึ่ง ไม่ต้องกรอ ไม่ต้องฉีดยาชา
งานวิจัยระยะที่ 3 ในเด็ก 830 คน ตีพิมพ์ใน JAMA Pediatrics พบว่าสารซิลเวอร์ไดเอมีนฟลูออไรด์ (SDF) แบบป้ายเพียงไม่กี่วินาที หยุดฟันผุในฟันน้ำนมได้ถึง 54% เทียบกับ 22.5% ในกลุ่มควบคุม เปิดทางเลือกใหม่สำหรับเด็กเล็กที่กลัวหมอฟัน
ต่างประเทศแอนดี้ เบิร์นแฮม ขึ้นนายกฯ อังกฤษ — ผู้นำคนที่ 7 ในรอบทศวรรษ
แอนดี้ เบิร์นแฮม อดีตนายกเทศมนตรีแมนเชสเตอร์และ 'ราชาแห่งทิศเหนือ' เตรียมเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอังกฤษในวันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม หลังได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรค Labour เมื่อวันศุกร์ แทนที่ เคียร์ สตาร์เมอร์ ที่ถูกพรรคบังคับให้ลาออก