ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
tetono.

ธารน้ำแข็งหิมาลัยถล่ม น้ำท่วมเนปาล-ทิเบต บทเรียนระบบเตือนภัย

ต่างประเทศโดย กองบรรณาธิการ Tetonoอ่าน 17 นาที
แชร์บทความนี้
ธารน้ำแข็งหิมาลัยถล่ม น้ำท่วมเนปาล-ทิเบต บทเรียนระบบเตือนภัย
ภาพประกอบ: หุบเขาแม่น้ำ Bhote Koshi ประเทศเนปาล — ภาพถ่ายก่อนเหตุการณ์ โดย Vyacheslav Argenberg / CC BY 4.0 via Wikimedia Commons

ธารน้ำแข็งขนาดใหญ่แตกออกจากผาสูงในทิเบตเมื่อเช้าวันพุธที่ 26 สิงหาคม 2569 ส่งมวลน้ำ หิน และน้ำแข็งถล่มลงตามหุบเขาหิมาลัยเข้าสู่เขต Rasuwa ทางตอนเหนือของเนปาล ทำให้มีผู้เสียชีวิตยืนยันแล้วเกิน 470 ราย และสูญหายอีกเกือบ 1,000 คน ณ วันที่ 28 สิงหาคม ตามข้อมูลของสำนักนายกรัฐมนตรีเนปาล

เหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดจากฝน และนั่นคือเหตุผลที่มันอันตรายเป็นพิเศษ

เกิดอะไรขึ้น และเกิดเร็วแค่ไหน

หุบเขาลังตังหิมาล ในเขต Rasuwa ประเทศเนปาล มีลานหินก้อนใหญ่กลางลำน้ำ ภาพประกอบ: หุบเขาลังตังหิมาลในเขต Rasuwa — ภูมิประเทศลาดชันและลานหินกลางลำน้ำแบบที่มวลน้ำไหลผ่าน (ภาพถ่ายก่อนเหตุการณ์) | ภาพ: Pustam.EGR — CC BY 4.0 (Wikimedia Commons)

เวลาประมาณ 08.40 น. ตามเวลาท้องถิ่น (02.55 GMT) ของวันที่ 26 สิงหาคม ส่วนปลายของธารน้ำแข็งที่ระดับความสูงราว 5,200 เมตร แตกออกและร่วงลงมาราว 1,200 เมตรสู่พื้นหุบเขา ก่อนกระแทกลงแม่น้ำ Lhende ในทิเบต ห่างจากจุดผ่านแดนเนปาล-จีนไปทางตะวันออกเฉียงเหนือราว 20 กิโลเมตร

เศษหินและน้ำแข็งจำนวนมหาศาลไปปิดกั้นลำน้ำไว้ชั่วคราว กลายเป็นเขื่อนธรรมชาติที่กักน้ำไว้เบื้องหลัง เมื่อเขื่อนนั้นพังทลาย มวลน้ำผสมโคลนและหินจึงไหลลงมาพร้อมกันทีเดียว

ผลลัพธ์คือความเร็วที่ไม่มีใครหนีทัน มีรายงานว่าระดับน้ำในแม่น้ำ Trishuli สูงขึ้นถึง 9 เมตรภายในเวลาเพียง 30 นาที หมู่บ้าน Timure ซึ่งเป็นชุมชนเนปาลที่ใกล้ชายแดนที่สุด และจุดผ่านแดน Gyirong Port ฝั่งทิเบต อยู่ในเส้นทางของมวลน้ำนั้นโดยตรง

ความเสียหายและปฏิบัติการช่วยเหลือ

สะพานอย่างน้อย 19 แห่งและถนนราว 40 กิโลเมตรถูกกวาดหายไป ตัดขาดเส้นทางเข้าถึงพื้นที่ประสบภัยในช่วงเวลาที่จำเป็นที่สุด โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ Upper Trishuli-1 ได้รับความเสียหาย และมีคนงานติดอยู่ในอุโมงค์ของโครงการ

ผู้สูญหายมีทั้งผู้แสวงบุญที่กำลังเดินทางไปยังเขาไกรลาสในทิเบต ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของทั้งชาวฮินดูและชาวพุทธ เจ้าหน้าที่ความมั่นคงเนปาลที่ประจำการอยู่ชายแดน และวิศวกรที่ทำงานในโครงการไฟฟ้าพลังน้ำ ทางการเนปาลระบุว่าในจำนวนผู้สูญหายทั้งหมด 644 คนเป็นชาวต่างชาติ ส่วนทางการจีนรายงานผู้เสียชีวิต 3 รายและสูญหาย 558 คนในฝั่งทิเบต

ปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยระดมกำลังเจ้าหน้าที่ความมั่นคง 14,829 นาย ช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้แล้ว 3,742 คน ในจำนวนนี้ 3,253 คนถูกลำเลียงออกทางเฮลิคอปเตอร์ไปยังกรุงกาฐมาณฑุและพื้นที่อื่น เนื่องจากเส้นทางบกถูกตัดขาด

"ลำดับความสำคัญแรกของเราคือการช่วยเหลือผู้ที่ติดค้างอยู่" พลจัตวา Raja Ram Basnet แห่งกองทัพเนปาลกล่าว พร้อมระบุว่าการเข้าถึงผู้ติดค้างในอุโมงค์โรงไฟฟ้าเป็นงานยาก เพราะโคลนกลบทางเข้าไว้

สหรัฐฯ ประกาศให้เงินสนับสนุนปฏิบัติการกู้ภัย 500,000 ดอลลาร์ ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศเนปาลปฏิเสธข้อเสนอส่งทีมค้นหาและกู้ภัยจากหลายประเทศ

ภัยรอบสอง: ทะเลสาบที่เพิ่งเกิดขึ้น

สิ่งที่ทำให้เหตุการณ์นี้ยังไม่จบคือทะเลสาบที่เกิดขึ้นใหม่ 2 แห่งหลังธารน้ำแข็งถล่ม แห่งหนึ่งอยู่สูงขึ้นไปใกล้ตัวธารน้ำแข็ง อีกแห่งซึ่งอันตรายกว่าเกิดจากดินถล่มขนาดใหญ่ปิดกั้นหุบเขาบนระบบแม่น้ำ Lhende บริเวณชายแดนเนปาล-จีน

กระทรวงทรัพยากรน้ำของจีนประเมินว่าทะเลสาบแห่งนี้กักน้ำไว้ราว 1.5-2 ล้านลูกบาศก์เมตร และอาจมีน้ำไหลเข้าเพิ่มอีกราว 3 ล้านลูกบาศก์เมตรภายในสามวัน หรือเทียบเท่าสระว่ายน้ำโอลิมปิกประมาณ 1,200 สระ

อันตรายอยู่ที่การพังทลายอย่างฉับพลัน ซึ่งจะสร้างกระแสน้ำหอบตะกอนความเร็วสูงโดยที่ชุมชนท้ายน้ำแทบไม่มีเวลาตั้งตัว

"หิมะถล่มผสมหินได้ทับถมหิน น้ำแข็ง และเศษซากปริมาณมหาศาลลงในหุบเขาแม่น้ำ ปิดกั้นหรือบีบทางน้ำอย่างรุนแรง" Pawan Bhattarai ผู้ช่วยศาสตราจารย์ภาควิชาวิศวกรรมโยธา มหาวิทยาลัย Tribhuvan อธิบาย และระบุว่าผลกระทบลดลงได้ด้วยการเฝ้าระวังผ่านดาวเทียมและระบบเตือนภัยข้ามพรมแดน

Nitesh Khadka นักวิจัยด้านน้ำท่วมจากธารน้ำแข็ง เตือนว่าการพังทลายฉับพลันจะ "พัดพาตะกอนที่ขัดขวางปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัย และเป็นอันตรายต่อผู้ที่ยังรอดชีวิตอยู่ในอุโมงค์โรงไฟฟ้า"

ทางการจีนส่งทีมวิศวกร 8 คนเข้าสำรวจทางอากาศและจัดทำแบบจำลองสามมิติของพื้นที่ ปฏิบัติการกู้ภัยต้องหยุดชั่วคราวเมื่อวันศุกร์ตอนที่น้ำในทะเลสาบล้นออกมา ก่อนกลับมาดำเนินการต่อ โดยเจ้าหน้าที่ประเมินว่าความเสี่ยงยัง "จัดการได้"

ทำไมเรื่องแบบนี้จะเกิดบ่อยขึ้น

ทะเลสาบน้ำแข็ง Tsho Rolpa ประเทศเนปาล มีสันหินตะกอนกั้นน้ำไว้ ภาพประกอบ: ทะเลสาบน้ำแข็ง Tsho Rolpa หนึ่งในทะเลสาบที่เนปาลเฝ้าระวังมากที่สุด น้ำถูกกักไว้หลังสันหินตะกอนธารน้ำแข็ง | ภาพ: Thapaliya19 — CC BY-SA 4.0 (Wikimedia Commons)

เทือกเขาฮินดูกูช-หิมาลัยกำลังอุ่นขึ้นเร็วกว่าค่าเฉลี่ยของโลกอย่างมีนัยสำคัญ งานวิจัยชี้ว่าอัตราการสูญเสียมวลน้ำแข็งในภูมิภาคนี้เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่านับตั้งแต่ปี 2543 และพื้นที่ธารน้ำแข็งราว 78% ที่ระดับความสูง 4,500-6,000 เมตร เผชิญความเสี่ยงจากภาวะโลกร้อนในระดับสูง

กลไกทางกายภาพตรงไปตรงมา เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น ผาหินที่เคยมีน้ำแข็งค้ำยันจะสูญเสียตัวยึด และผ่านวงจรแข็งตัว-ละลายซ้ำ ๆ ขณะที่ชั้นดินเยือกแข็งคงตัวละลายลงจนความมั่นคงของลาดเขาลดลง

"สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้คือความปกติใหม่ที่น่าเศร้า และมันจะแย่ลงกว่านี้นับจากนี้ไป" Jakob Steiner นักธรณีวิทยาจากมหาวิทยาลัย Graz กล่าว

นักวิทยาศาสตร์ยังระมัดระวังที่จะไม่ผูกเหตุการณ์เดียวเข้ากับภาวะโลกร้อนโดยตรง แต่ชี้ตรงกันว่าเมื่ออุณหภูมิโลกสูงขึ้น โอกาสเกิดภัยลักษณะนี้ในเทือกเขาหิมาลัยย่อมเพิ่มขึ้น การศึกษาเมื่อปี 2562 พบว่ามีทะเลสาบน้ำแข็งราว 210 แห่งในภูมิภาคที่มีศักยภาพคุกคามชุมชนที่อยู่ท้ายน้ำ

บทเรียนที่ใช้ได้จริง: เตือนภัยเป็นเรื่องของนาที

ประเด็นที่ผู้เชี่ยวชาญพูดตรงกันคือ เทคโนโลยีที่ต้องใช้มีอยู่แล้ว สิ่งที่ขาดคือการติดตั้งและการเชื่อมข้อมูลข้ามพรมแดน

ข้อเสนอที่ตรงกันจากหลายฝ่ายคือ ระบบเฝ้าระวังธารน้ำแข็งและลาดเขาแบบต่อเนื่อง การใช้ภาพดาวเทียมติดตามการก่อตัวของทะเลสาบน้ำแข็ง และกลไกแบ่งปันข้อมูลระหว่างประเทศต้นน้ำกับปลายน้ำที่ทำงานได้ในเวลาจริง ซึ่งในกรณีนี้หมายถึงจีนกับเนปาล

แต่กรอบเวลาคือส่วนที่โหดที่สุด "เราไม่ได้มีเวลาเป็นชั่วโมง บางครั้งมีแค่ไม่กี่นาทีที่จะเตรียมตัวจริง ๆ" Saswat Sanyal ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการภัยพิบัติกล่าว

นั่นเปลี่ยนโจทย์จาก "พยากรณ์ล่วงหน้าหลายวัน" เป็น "ตรวจจับได้ทันทีที่เกิด แล้วส่งสัญญาณถึงชุมชนท้ายน้ำให้เร็วที่สุด" ซึ่งเป็นคนละระบบกับการเตือนภัยน้ำท่วมจากฝนที่ประเทศส่วนใหญ่คุ้นเคย

สำหรับผู้อ่านชาวไทย

กระทรวงการต่างประเทศระบุว่า จากการตรวจสอบกับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงกาฐมาณฑุ ยังไม่มีรายงานคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ โดยพื้นที่ที่เสียหายหนักอยู่ตามแนวแม่น้ำ Bhotekoshi ซึ่งโครงสร้างพื้นฐานส่วนใหญ่ได้รับความเสียหาย ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือติดต่อสถานทูตได้ที่ +977-9818749944 ตลอด 24 ชั่วโมง

สำหรับคนไทยทั่วไป บทเรียนที่ตรงที่สุดไม่ใช่เรื่องธารน้ำแข็ง ซึ่งไทยไม่มี แต่เป็นหลักการเดียวกันของภัยที่มาเร็วเกินกว่าจะพยากรณ์ล่วงหน้าหลายวัน เช่น น้ำป่าไหลหลากและดินถล่มในพื้นที่ภูเขาช่วงมรสุม ที่ระยะเวลาระหว่าง "สัญญาณแรก" กับ "น้ำมาถึง" อาจสั้นเพียงไม่กี่สิบนาที เช่นเดียวกับที่เคยเห็นในคำเตือนช่วงมรสุมของไทยเมื่อเดือนกรกฎาคม

สิ่งที่ทำได้ในระดับครัวเรือนจึงเป็นเรื่องพื้นฐานแต่ได้ผล คือรู้ว่าบ้านตัวเองอยู่ในพื้นที่เสี่ยงหรือไม่ รู้เส้นทางขึ้นที่สูงที่ใกล้ที่สุด และเปิดรับการแจ้งเตือนจากหน่วยงานราชการไว้ เพราะในภัยประเภทนี้ เวลาที่มีให้ตัดสินใจนับเป็นนาที ไม่ใช่ชั่วโมง

สิ่งที่ต้องติดตามต่อ

ปฏิบัติการค้นหายังดำเนินอยู่ และตัวเลขผู้เสียชีวิตกับผู้สูญหายยังเปลี่ยนแปลงได้ รายงานบางสำนักซึ่งอ้างตำรวจเนปาลระบุยอดผู้เสียชีวิตสูงกว่าตัวเลขทางการที่อ้างถึงข้างต้น (ข้อมูล ณ วันที่ 28 สิงหาคม 2569)

ประเด็นเฉพาะหน้าที่ชี้ขาดคือทะเลสาบที่เกิดใหม่บริเวณชายแดนจะทรงตัวหรือพังทลาย ซึ่งจะกำหนดทั้งความปลอดภัยของทีมกู้ภัยและชะตากรรมของผู้ที่ยังติดค้างอยู่ในอุโมงค์โรงไฟฟ้า

แหล่งข่าว

คำถามที่พบบ่อย

น้ำท่วมครั้งนี้เกิดจากฝนตกหนักหรือไม่
ไม่ใช่ ต้นเหตุคือธารน้ำแข็งขนาดใหญ่แตกออกจากผาสูงในทิเบต แล้วเศษหินและน้ำแข็งไปปิดกั้นลำน้ำชั่วคราว เมื่อเขื่อนธรรมชาตินั้นพังทลาย มวลน้ำที่สะสมไว้จึงไหลลงมาพร้อมกันทีเดียว ซึ่งต่างจากน้ำท่วมจากฝนที่ค่อย ๆ เพิ่มระดับและพอคาดการณ์ได้
คนไทยที่อยู่ในเนปาลควรทำอย่างไร
กระทรวงการต่างประเทศระบุว่ายังไม่มีรายงานคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือติดต่อสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงกาฐมาณฑุ ได้ที่ +977-9818749944 ตลอด 24 ชั่วโมง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พบยาแก้พิษงูในเลือดงูเรทเทิลสเนคเอง แรงกว่ายาปัจจุบัน 10 เท่าต่างประเทศ
สังคม

พบยาแก้พิษงูในเลือดงูเรทเทิลสเนคเอง แรงกว่ายาปัจจุบัน 10 เท่า

นักวิจัยพบว่าโปรตีนจากเลือดงูเรทเทิลสเนคเอง เมื่อผสมกันหยุดพิษงูได้แรงกว่ายาแก้พิษปัจจุบัน 10 เท่าในห้องทดลอง ทีมวิจัยมีนักวิทยาศาสตร์ไทยร่วมด้วย

อ่านข่าว
กากาโป้ นกแก้วหนักที่สุดในโลก ประชากรทะลุ 300 ตัว ครั้งแรกในรอบ 75 ปีต่างประเทศ
สังคม

กากาโป้ นกแก้วหนักที่สุดในโลก ประชากรทะลุ 300 ตัว ครั้งแรกในรอบ 75 ปี

นิวซีแลนด์ประกาศประชากรกากาโป้แตะ 325 ตัว หลังฤดูผสมพันธุ์ปี 2026 ให้ลูกนกทำลายสถิติ 90 ตัว จากจุดเริ่มต้นที่เหลือเพียง 51 ตัวเมื่อปี 1995

อ่านข่าว
Digoxin ยาหัวใจอายุเกือบ 250 ปี ลดนอนโรงพยาบาลหัวใจล้มเหลว 25%ต่างประเทศ
สังคม

Digoxin ยาหัวใจอายุเกือบ 250 ปี ลดนอนโรงพยาบาลหัวใจล้มเหลว 25%

งานวิจัยใหม่จากเนเธอร์แลนด์พบว่า digoxin ยาหัวใจราคาไม่ถึงวันละ 10 เซนต์ ช่วยลดการนอนโรงพยาบาลของผู้ป่วยหัวใจล้มเหลวได้ราว 25% แม้ยังไม่ลดอัตราเสียชีวิต

อ่านข่าว