ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
tetono.

NOAA ยืนยันเอลนีโญมาแล้วและอาจรุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปี — ไทยเร่งเตรียมรับมือภัยแล้งและราคาอาหารปี 2569–2570

โดย กองบรรณาธิการ Tetonoอ่าน 15 นาที
แชร์บทความนี้
NOAA ยืนยันเอลนีโญมาแล้วและอาจรุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปี — ไทยเร่งเตรียมรับมือภัยแล้งและราคาอาหารปี 2569–2570
ภาพประกอบ: ทุ่งนาในชนบทไทยยามอรุณรุ่ง โดย Earng.oi — CC BY-SA 4.0 (Wikimedia Commons)

องค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NOAA) ยืนยันเมื่อต้นเดือนกรกฎาคม 2569 ว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญได้เกิดขึ้นแล้วและกำลังทวีความรุนแรง โดยมีโอกาสสูงถึง 81% ที่จะกลายเป็น "ซูเปอร์เอลนีโญ" ช่วงปลายปีนี้ — สัญญาณที่ทำให้ประเทศไทยต้องเร่งเตรียมรับมือ ทั้งภัยแล้ง การขาดแคลนน้ำ และผลกระทบต่อราคาอาหารที่อาจตามมาในปี 2570

เอลนีโญมาแล้ว และจะแรงขึ้น — NOAA ประเมินอย่างไร

ปัจจุบัน NOAA ประกาศสถานะ "El Niño Advisory" โดยระบุว่าเอลนีโญเริ่มก่อตัวตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 และมีความมั่นใจสูงว่าจะยังคงอยู่ต่อเนื่อง ตัวเลขล่าสุด (อัปเดต ณ ต้นเดือน ก.ค. 2569) ระบุว่า:

  • มีโอกาส 97% ที่เอลนีโญจะคงอยู่ไปจนถึงต้นปี 2570
  • มีโอกาส 81% ที่จะทวีความรุนแรงถึงระดับ "รุนแรงมาก" (very strong) ในช่วง ตุลาคม–ธันวาคม 2569
  • อุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณแปซิฟิกเขตศูนย์สูตรขณะนี้อยู่ที่ราว +1.2°C เหนือค่าเฉลี่ย และแบบจำลองของ ECMWF ชี้ว่าอาจพุ่งไปถึงราว +3°C ในช่วงพีค

หากเป็นเช่นนั้นจริง เอลนีโญรอบนี้อาจติดหนึ่งในปรากฏการณ์ที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2493 (ค.ศ. 1950) เทียบชั้นกับ "ซูเปอร์เอลนีโญ" ครั้งประวัติศาสตร์อย่างปี 2540–2541 และ 2558–2559 ที่เคยสร้างภัยแล้งรุนแรงทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เอลนีโญกระทบไทยอย่างไร

เขื่อนภูมิพล จ.ตาก หนึ่งในเขื่อนหลักของไทย — ระดับน้ำในเขื่อนเป็นดัชนีสำคัญชี้วัดความเสี่ยงภัยแล้งที่ต้องจับตา — ภาพ: Love Krittaya, สาธารณสมบัติ (Wikimedia Commons)

สำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงไทย เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ เอลนีโญมักส่งผลตรงข้ามกับหลายพื้นที่ในซีกโลกอื่น คือ ฝนน้อยลงและอากาศร้อนขึ้น กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) คาดการณ์ว่าไทยจะเผชิญ:

  • ปริมาณฝนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย เกือบทุกภาค ตั้งแต่ช่วงกลางปี 2569 ถึงต้นปี 2570
  • อุณหภูมิเฉลี่ยสูงกว่าปกติ โดยเฉพาะช่วงธันวาคม 2569 – กุมภาพันธ์ 2570 ทำให้ฤดูหนาวปีนี้อาจ "ไม่หนาว" เท่าปีก่อน
  • ฤดูฝนของภาคใต้ช่วงเดือนธันวาคม–มกราคมก็เสี่ยงมีฝนน้อยลงเช่นกัน

ปัจจัยที่ทำให้ไทยเปราะบางเป็นพิเศษคือ พื้นที่เพาะปลูกกว่า 80% ยังต้องพึ่งน้ำฝน ไม่มีระบบชลประทานเข้าถึง ประกอบกับข้อมูลจาก Krungthai COMPASS ที่ระบุว่า น้ำในเขื่อนภาคกลางเหลือเพียง 28% (ข้อมูล ณ 6 มิถุนายน 2569) ซึ่งต่ำกว่าระดับวิกฤตที่ 30% เข้าไปแล้ว

ตัวเลขที่ต้องจับตา — เกษตรและราคาอาหาร

Krungthai COMPASS ประเมินว่า หากเอลนีโญกลับมาในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ต่อเนื่องถึงกลางปี 2570 อาจสร้าง ความเสียหายต่อภาคเกษตรไทยรวมกว่า 6.2 หมื่นล้านบาท (คิดเป็นราว 0.31% ของ GDP) โดยข้าวคือพืชที่รับผลกระทบหนักที่สุด

พืชเศรษฐกิจผลผลิตที่คาดว่าจะหายไปมูลค่าความเสียหาย
ข้าว~5.4 ล้านตัน~43,046 ล้านบาท (≈ 2 ใน 3 ของทั้งหมด)
อ้อย~12 ล้านตัน~10,711 ล้านบาท
มันสำปะหลัง~3.1 ล้านตัน~8,098 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังประเมินว่า รายได้เกษตรกรอาจลดลงราว 8% ในปี 2569 และผลผลิตข้าวอาจหดตัวถึง 18% เมื่อผลผลิตลดลง ราคาสินค้าเกษตรและอาหารบางรายการมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะสะท้อนกลับมาที่ค่าครองชีพของครัวเรือนทั่วประเทศในที่สุด

ไทยเตรียมรับมืออย่างไร — จาก "ตั้งรับ" สู่ "ป้องกันล่วงหน้า"

เกษตรกรชาวนาไทยในแปลงนา อ.แม่จัน จ.เชียงราย — การปรับวิธีเพาะปลูกและบริหารน้ำคือหัวใจของการรับมือภัยแล้ง — ภาพ: CEphoto, Uwe Aranas, CC BY-SA 3.0 (Wikimedia Commons)

ดร. พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ย้ำว่าไทยต้อง "ติดตามผลกระทบของเอลนีโญอย่างใกล้ชิด ทั้งในมิติของปริมาณฝนและอุณหภูมิ" พร้อมเดินหน้าเครื่องมือใหม่หลายอย่างเพื่อเปลี่ยนแนวทางจากการ ตั้งรับภัยพิบัติ ไปสู่การป้องกันล่วงหน้า:

  • ฐานข้อมูลภูมิอากาศความละเอียดสูง ที่ฉายภาพไปไกลถึงปี ค.ศ. 2100 ความละเอียดระดับ 25×25 กม. และ 5×5 กม. ครอบคลุมทั้งฝน อุณหภูมิ และความชื้น เปิดให้ใช้งานผ่านศูนย์ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
  • ชุดข้อมูลความเสี่ยงน้ำท่วมริมแม่น้ำ ความละเอียด 90×90 เมตร ร่วมกับบริษัท Weathernews Inc. คาดเสร็จภายในต้นปี 2570
  • แผนที่เสี่ยงภัยระดับตำบล ครอบคลุมทั้งน้ำท่วม ภัยแล้ง ดินถล่ม การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล และอุณหภูมิ คาดแล้วเสร็จปี 2571

เครื่องมือเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อช่วยวางแผนการเพาะปลูก เสริมความมั่นคงทางอาหาร และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้ทนทานต่อสภาพอากาศที่แปรปรวนขึ้น

ประชาชนและเกษตรกรควรเตรียมตัวอย่างไร

นาข้าวขั้นบันไดเขียวขจีที่ จ.เชียงใหม่ — ข้าวคือพืชที่เสี่ยงได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากภัยแล้งเอลนีโญ — ภาพ: echiner1, CC BY-SA 2.0 (Wikimedia Commons)

แม้เอลนีโญเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ผลกระทบสามารถบรรเทาได้ด้วยการเตรียมตัวล่วงหน้า Krungthai COMPASS และหน่วยงานด้านน้ำแนะนำแนวทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม:

  • สำหรับครัวเรือน: ติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยแล้งอย่างสม่ำเสมอ วางแผนใช้น้ำอย่างประหยัด และเตรียมสำรองน้ำในพื้นที่เสี่ยง
  • สำหรับเกษตรกร: ใช้เทคนิค ทำนาแบบเปียกสลับแห้ง (Alternate Wetting and Drying – AWD) ที่ช่วยลดการใช้น้ำได้มาก เลือกใช้ พันธุ์พืชทนแล้ง และพิจารณาระบบ เกษตรพันธสัญญา (contract farming) เพื่อลดความเสี่ยงด้านราคาและตลาด
  • สำหรับภาครัฐและชุมชน: บริหารจัดการน้ำในเขื่อนอย่างรัดกุม จัดสรรน้ำเพื่ออุปโภคบริโภคเป็นลำดับแรก และเร่งสื่อสารข้อมูลความเสี่ยงถึงพื้นที่เพาะปลูกที่พึ่งน้ำฝน

การปรับตัวเชิงรุกในภาคเกษตรยังสอดคล้องกับทิศทางที่ไทยกำลังเดินหน้า เช่น การนำเทคโนโลยีมาช่วยทำเกษตรอัจฉริยะ ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำและผลผลิต ขณะที่ภาคการส่งออกสินค้าเกษตรของไทย ก็ต้องเฝ้าระวังผลกระทบต่อปริมาณและคุณภาพผลผลิตในระยะข้างหน้า

ก้าวต่อไป — จับตาช่วงพีคปลายปี

ช่วงที่ต้องจับตาที่สุดคือ ตุลาคม 2569 ถึงมกราคม 2570 ซึ่ง NOAA ประเมินว่าเอลนีโญจะรุนแรงที่สุด ตรงกับช่วงที่ไทยเข้าสู่ฤดูแล้งพอดี การบริหารจัดการน้ำในเขื่อน การวางแผนเพาะปลูกฤดูแล้ง และการเตือนภัยล่วงหน้าจึงเป็นหัวใจสำคัญ

ข่าวดีคือ ครั้งนี้ไทยรับรู้สัญญาณล่วงหน้าหลายเดือน มีข้อมูลพยากรณ์ที่แม่นยำขึ้น และมีเครื่องมือบริหารความเสี่ยงที่ดีกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา หากทุกภาคส่วนเตรียมพร้อมแต่เนิ่น ๆ ผลกระทบต่อผลผลิต ราคาอาหาร และค่าครองชีพก็สามารถบรรเทาลงได้อย่างมีนัยสำคัญ (ข้อมูล ณ 10 กรกฎาคม 2569)

แหล่งข่าว: NOAA / weather.com · NOAA Climate Prediction Center · The Nation Thailand — DCCE response · The Nation Thailand — Krungthai COMPASS

แหล่งข่าว

คำถามที่พบบ่อย

เอลนีโญปีนี้จะรุนแรงแค่ไหน?
NOAA ระบุว่าเอลนีโญเกิดขึ้นแล้วตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 และมีโอกาส 81% ที่จะทวีความรุนแรงเป็นระดับ 'รุนแรงมาก' ในช่วง ต.ค.–ธ.ค. 2569 ซึ่งอาจติดหนึ่งในเอลนีโญที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2493 (ค.ศ. 1950) โดยมีโอกาส 97% ที่จะคงอยู่ไปจนถึงต้นปี 2570
เอลนีโญกระทบราคาอาหารและค่าครองชีพของคนไทยอย่างไร?
เอลนีโญมักทำให้ไทยมีฝนน้อยและอากาศร้อนขึ้น เสี่ยงภัยแล้งที่กระทบผลผลิตข้าว อ้อย และมันสำปะหลัง เมื่อผลผลิตลดลง ราคาสินค้าเกษตรและอาหารบางชนิดมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น Krungthai COMPASS ประเมินความเสียหายภาคเกษตรรวมราว 6.2 หมื่นล้านบาทในช่วงปลายปี 2569 ถึงกลางปี 2570
ประชาชนและเกษตรกรควรเตรียมตัวอย่างไร?
ติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยแล้งอย่างใกล้ชิด วางแผนใช้น้ำอย่างประหยัด สำหรับเกษตรกรแนะนำเทคนิคทำนาแบบเปียกสลับแห้ง (AWD) เลือกพันธุ์ทนแล้ง และพิจารณาระบบเกษตรพันธสัญญาเพื่อความมั่นคงของผลผลิต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Grey Thailand คว้า Green Pencil แห่งแรกของไทยจาก The One Show 2026 ด้วยแคมเปญ Fertilizer 2.5ไทย
สังคม

Grey Thailand คว้า Green Pencil แห่งแรกของไทยจาก The One Show 2026 ด้วยแคมเปญ Fertilizer 2.5

Grey Thailand คว้า Green Pencil แรกของไทยจาก The One Show 2026 ด้วย Fertilizer 2.5 เปลี่ยนฟางข้าวต้นเหตุ PM 2.5 เป็นปุ๋ยอินทรีย์ใน 7 วัน ลดจุดความร้อน 19.4%

อ่านข่าว
กรมอุตุฯ เตือนภัยฝนหนักมาก 61 จังหวัด + กรุงเทพฯ 26–30 ก.ค. 2569 น้ำท่วมฉับพลันเสี่ยงสูงไทย
สังคม

กรมอุตุฯ เตือนภัยฝนหนักมาก 61 จังหวัด + กรุงเทพฯ 26–30 ก.ค. 2569 น้ำท่วมฉับพลันเสี่ยงสูง

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักถึงหนักมากฉบับที่ 4 คุ้มครอง 61 จังหวัดและกรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 26–30 กรกฎาคม 2569 สาเหตุหลักจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ-อีสาน บวกกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงขึ้น

อ่านข่าว
ไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว: 27 ศพ กับช่องโหว่ความปลอดภัยที่ไทยต้องแก้ให้ได้จริงไทย
สังคม

ไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว: 27 ศพ กับช่องโหว่ความปลอดภัยที่ไทยต้องแก้ให้ได้จริง

เพลิงลุกท่วมโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว คร่าชีวิต 27 ราย บาดเจ็บ 63 ราย ทางออกฉุกเฉินถูกกีดขวาง ห้องน้ำไม่มีทางหนีไฟ วัสดุตกแต่งติดไฟง่าย — รูปแบบเดิมที่เคยเกิดซ้ำจากซานติก้า 2552 และ Mountain B 2565

อ่านข่าว