ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
tetono.

วางแผนเกษียณ 2569: ประกันสังคมจ่ายสูงสุด 8,750 บาท แล้วส่วนที่เหลือมาจากไหน

โดย กองบรรณาธิการ Tetonoอ่าน 20 นาที
แชร์บทความนี้
วางแผนเกษียณ 2569: ประกันสังคมจ่ายสูงสุด 8,750 บาท แล้วส่วนที่เหลือมาจากไหน
Mae Hong Son, Woman in traditional clothing, Thailand by Vyacheslav Argenberg — CC BY 4.0 via Wikimedia Commons

การวางแผนเกษียณส่วนใหญ่ตกม้าตายที่คำถามแรก คือ "ต้องมีเงินเท่าไร" ซึ่งมักถูกตอบด้วยตัวเลขกลม ๆ อย่าง "10 ล้าน" โดยไม่ได้มาจากอะไรเลย

บทความนี้คิดย้อนทาง — เริ่มจากสิ่งที่รัฐจ่ายให้จริง ๆ ซึ่งเป็นตัวเลขที่คำนวณได้แน่นอน แล้วค่อยหาว่าเหลือช่องว่างเท่าไรที่คุณต้องหาเอง

ประกันสังคมจ่ายเท่าไร — สูตรจริง และเพดานใหม่ปี 2569

Thai elderly woman ภาพ: Carlquist, Sherwin John, 1930-2021 — CC BY 4.0 (Wikimedia Commons)

สูตรบำนาญชราภาพของผู้ประกันตนมาตรา 33:

  • ส่งครบ 180 เดือน (15 ปี) → ได้ 20% ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย (ไม่เกินเพดาน)
  • ส่งเกิน 180 เดือน → บวกอีก 1.5% ต่อทุกปีที่เกิน

และตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 เพดานค่าจ้างขึ้นจาก 15,000 เป็น 17,500 บาท (เงินสมทบสูงสุดขึ้นจาก 750 เป็น 875 บาทต่อเดือน) โดยจะขึ้นเป็นระยะต่อไปอีก:

ระยะปีเพดานค่าจ้างเงินสมทบสูงสุด/เดือน
ระยะที่ 12569–257117,500 บาท875 บาท
ระยะที่ 22572–257420,000 บาท1,000 บาท
ระยะที่ 32575 เป็นต้นไป23,000 บาท1,150 บาท

แปลงสูตรเป็นเงินที่จะได้จริงต่อเดือน ที่เพดาน 17,500 บาท:

ส่งเงินสมทบ% ที่ได้บำนาญต่อเดือน
15 ปี20%3,500 บาท
20 ปี27.5%4,813 บาท
25 ปี35%6,125 บาท
30 ปี42.5%7,438 บาท
35 ปี50%8,750 บาท

⚠️ 8,750 บาทต่อเดือน คือเพดานสูงสุดที่ระบบนี้จะจ่ายให้คุณได้ ต่อให้ทำงานมาทั้งชีวิตและเงินเดือนหลักแสน เพราะบำนาญคิดจากเพดานค่าจ้าง ไม่ใช่เงินเดือนจริง คนเงินเดือน 30,000 กับคนเงินเดือน 300,000 ที่ส่งครบ 35 ปีเท่ากัน ได้บำนาญเท่ากันทุกบาท

⚠️ และตัวเลขข้างบนยังดีเกินจริงสำหรับคนที่กำลังจะเกษียณเร็ว ๆ นี้ เพราะสูตรใช้ค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย ซึ่งสำหรับคนที่เกษียณปี 2569–2570 ส่วนใหญ่ยังคำนวณบนเพดานเก่า 15,000 บาทอยู่ ผลประโยชน์เต็มจากเพดานใหม่ต้องรอให้ส่งที่เพดาน 17,500 ครบ 5 ปีก่อน

เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เป็นอีกก้อนที่รัฐจ่ายให้ทุกคน จ่ายแบบขั้นบันไดตามอายุ:

อายุเบี้ยยังชีพต่อเดือน
60–69 ปี600 บาท
70–79 ปี700 บาท
80–89 ปี800 บาท
90 ปีขึ้นไป1,000 บาท

ช่องว่างที่ต้องหาเอง — คิดเป็นบาทให้ครบ

นี่คือการคำนวณที่เปลี่ยนการวางแผนเกษียณจากเรื่องนามธรรมเป็นตัวเลขที่ทำอะไรกับมันได้

ขั้นที่ 1: คุณจะอยู่ต่ออีกกี่ปีหลังเกษียณ

อายุขัยเฉลี่ยของคนไทยอยู่ที่ราว 78.1 ปี (ชาย 73.5 ปี หญิง 80.5 ปี) ดังนั้นถ้าเกษียณอายุ 60 ปี คุณต้องมีเงินเลี้ยงตัวอีกราว 18 ปี และถ้าเป็นผู้หญิงคือราว 20.5 ปี

⚠️ แต่อย่าวางแผนที่ค่าเฉลี่ยพอดี เพราะครึ่งหนึ่งของคนอยู่นานกว่าค่าเฉลี่ย และการวางแผนขาดไม่ได้แปลว่าคุณตายตามกำหนด มันแปลว่าคุณอยู่ต่อโดยไม่มีเงิน วางแผนที่ 20–25 ปีปลอดภัยกว่า

ขั้นที่ 2: รายได้จากรัฐต่อเดือน

สมมติเคสที่ดีที่สุด — ส่งประกันสังคมครบ 35 ปีที่เพดานใหม่:

แหล่งต่อเดือน
บำนาญประกันสังคม (สูงสุด)8,750 บาท
เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ (อายุ 60–69)600 บาท
รวม9,350 บาท

ขั้นที่ 3: ช่องว่าง

สมมติคุณต้องการใช้เดือนละ 20,000 บาท หลังเกษียณ (ซึ่งไม่ใช่ชีวิตหรูหรา แค่พอกิน มีค่าน้ำค่าไฟ ค่ายา และค่าเดินทาง):

จำนวน
ต้องใช้ต่อเดือน20,000 บาท
รัฐจ่ายให้−9,350 บาท
ขาดอยู่10,650 บาท/เดือน
× 12 เดือน × 18 ปี= 2,300,400 บาท

⚠️ 2.3 ล้านบาท คือเงินที่คุณต้องมีเองในวันเกษียณ และนั่นคือกรณีที่ดีที่สุด — ส่งประกันสังคมครบ 35 ปี ใช้เงินเดือนละแค่ 20,000 บาท และอยู่ถึงแค่ 78 ปีพอดี ถ้าอยู่ถึง 80.5 ปีตามค่าเฉลี่ยของผู้หญิง ตัวเลขขึ้นเป็น 2.62 ล้านบาท

⚠️ และยังไม่ได้คิดเงินเฟ้อ ของที่ราคา 20,000 บาทวันนี้ จะแพงกว่านั้นในอีก 20 ปี — นี่คือเหตุผลที่เงินเกษียณต้องลงทุน ไม่ใช่แค่ฝากไว้เฉย ๆ

ยิ่งเริ่มช้า ยิ่งแพงแบบทวีคูณ — ตัวเลขที่ควรเห็นตอนอายุ 30

คำแนะนำ "เริ่มเร็วดีกว่า" เป็นเรื่องจริงที่ไม่มีใครรู้สึกจนกว่าจะเห็นตัวเลข นี่คือเงินที่ต้องออมต่อเดือนเพื่อให้ได้ 2,300,400 บาท ในวันเกษียณ ที่ผลตอบแทน 5% ต่อปี:

เริ่มออมตอนอายุมีเวลาต้องออมเดือนละใส่เงินรวมทั้งหมด
30 ปี30 ปี2,764 บาท995,040 บาท
40 ปี20 ปี5,597 บาท1,343,280 บาท
50 ปี10 ปี14,814 บาท1,777,680 บาท

⚠️ อ่านคอลัมน์สุดท้ายด้วย — นี่คือส่วนที่คนมองข้าม คนที่เริ่มตอน 30 ใส่เงินของตัวเองไปทั้งหมดไม่ถึงล้าน แล้วดอกผลทำงานที่เหลือ ส่วนคนที่เริ่มตอน 50 ต้องใส่เงินของตัวเองเกือบ 1.8 ล้าน เพื่อให้ได้ปลายทางเท่ากัน — ช้าไป 20 ปี ทำให้ต้องควักเงินตัวเองเพิ่มขึ้นเกือบ 800,000 บาท และภาระต่อเดือนหนักขึ้น 5 เท่า

นั่นคือสิ่งที่ "พลังของดอกเบี้ยทบต้น" หมายถึงจริง ๆ — ไม่ใช่เรื่องผลตอบแทนสูง แต่เป็นเรื่องจำนวนปีที่เงินมีเวลาทำงาน

แหล่งเงินเกษียณของคนไทย มีอะไรบ้าง

แหล่งใครได้ลักษณะ
บำนาญประกันสังคม ม.33ลูกจ้างที่ส่งครบ 15 ปีสูงสุด 8,750 บาท/เดือน
เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุคนไทยทุกคนที่ลงทะเบียน600–1,000 บาท/เดือน
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD)ลูกจ้างที่บริษัทมีกองทุนนายจ้างสมทบให้ — ถ้ามี ให้ส่งสูงสุดเสมอ
กบข.ข้าราชการคล้าย PVD ของราชการ
กอช.คนทำงานอิสระที่ไม่มี ม.33รัฐสมทบให้ตามอายุ
RMF / Thai ESGทุกคนที่เสียภาษีลดหย่อนภาษีได้ด้วย
เงินออม/ลงทุนทั่วไปทุกคนไม่มีเงื่อนไขล็อก

⚠️ ถ้าบริษัทมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) และคุณยังส่งไม่เต็มเพดานที่นายจ้างสมทบ นั่นคือการปฏิเสธเงินเดือนส่วนหนึ่งของตัวเอง นายจ้างมักสมทบตามสัดส่วนที่คุณส่ง เช่นคุณส่ง 5% นายจ้างสมทบ 5% — การส่งแค่ 3% ทั้งที่นายจ้างพร้อมสมทบถึง 5% คือการทิ้งเงินฟรีปีละหลายหมื่นบาท นี่คือผลตอบแทน 100% ทันทีซึ่งไม่มีการลงทุนไหนให้ได้

⚠️ ฟรีแลนซ์และเจ้าของกิจการมีช่องว่างใหญ่ที่สุด เพราะไม่มีทั้ง ม.33 และ PVD ควรพิจารณา กอช. (รัฐสมทบให้ตามช่วงอายุ) และประกันสังคม มาตรา 40 ควบคู่กับการออมเองที่มากกว่าลูกจ้างทั่วไป เพราะทุกบาทต้องมาจากตัวเองล้วน ๆ

เริ่มต้นอย่างไร — ลำดับที่ใช้ได้จริง

  1. หาตัวเลขของตัวเองก่อน — เปิดแอปประกันสังคมดูว่าส่งมากี่เดือนแล้ว แล้วใช้สูตรข้างบนคำนวณบำนาญที่จะได้ จากนั้นหาช่องว่างเหมือนตัวอย่าง
  2. มีเงินสำรองฉุกเฉินก่อนเสมอ — ดู เงินสำรองฉุกเฉิน เพราะการลงทุนระยะยาวโดยไม่มีเงินสดสำรอง จบลงด้วยการต้องขายของตอนราคาแย่
  3. ส่ง PVD ให้เต็มเพดานที่นายจ้างสมทบ — เป็นสิ่งแรกที่ควรทำเสมอ ก่อนลงทุนอย่างอื่นทั้งหมด
  4. ใช้สิทธิลดหย่อนภาษี — RMF และ Thai ESG ทำให้เงินที่จะเสียภาษีกลับมาอยู่ในพอร์ตเกษียณของคุณแทน ดู SSF RMF Thai ESG 2569 และ เครื่องคำนวณภาษี
  5. ตั้งหักอัตโนมัติวันเงินเดือนออก และลงทุนตามอายุ — ดู กองทุนรวมสำหรับมือใหม่
  6. ทบทวนทุกปี เมื่อเงินเดือนขึ้นให้เพิ่มยอดออมตาม ไม่ใช่เพิ่มแต่รายจ่าย

⚠️ สัดส่วนการลงทุนควรลดความเสี่ยงลงเมื่อใกล้เกษียณ เงินที่ต้องใช้ในอีก 3 ปีไม่ควรอยู่ในหุ้นทั้งก้อน เพราะถ้าตลาดลง 30% ในปีที่ 58 คุณไม่มีเวลารอให้มันกลับมา

ข้อผิดพลาดที่คนทำบ่อย

คิดว่าประกันสังคมพอ — 8,750 บาทต่อเดือนคือเพดานสูงสุด และเป็นเพดานที่ต้องส่งครบ 35 ปีถึงจะได้

เริ่มตอนอายุ 50 — ดูตารางข้างบนอีกครั้ง ภาระต่อเดือนหนักขึ้น 5 เท่า

ไม่ส่ง PVD เต็มเพดานที่นายจ้างสมทบ — ทิ้งเงินฟรีทุกเดือน

วางแผนที่อายุขัยเฉลี่ยพอดี — ครึ่งหนึ่งของคนอยู่นานกว่านั้น

ไม่คิดเงินเฟ้อ — 2.3 ล้านบาทในอีก 20 ปีซื้อของได้น้อยกว่า 2.3 ล้านบาทวันนี้มาก

ลืมค่ารักษาพยาบาล — รายจ่ายก้อนใหญ่ที่สุดของคนสูงอายุมักเป็นเรื่องสุขภาพ และสิทธิบัตรทองไม่ครอบคลุมทุกอย่าง ดู ประกันสุขภาพ 2569

เก็บเงินเกษียณไว้ในบัญชีออมทรัพย์ทั้งก้อน — ดอกเบี้ย 0.25% ต่อปีแพ้เงินเฟ้อทุกปี เงินที่ยังไม่ต้องใช้อีก 20 ปีต้องทำงานมากกว่านั้น

พึ่งลูกหลาน — เป็นแผนที่ไม่อยู่ในการควบคุมของคุณ และภาระตกกับคนที่กำลังสร้างตัวเอง

สรุป

  1. บำนาญประกันสังคมสูงสุดคือ 8,750 บาท/เดือน (ส่งครบ 35 ปีที่เพดานใหม่ 17,500 บาท) — ไม่มีทางได้มากกว่านี้ไม่ว่าเงินเดือนเท่าไร
  2. บวกเบี้ยยังชีพ 600 บาท = 9,350 บาทต่อเดือนจากรัฐ
  3. ต้องใช้ 20,000 บาท/เดือน → ขาด 10,650 บาท × 18 ปี = 2.3 ล้านบาทที่ต้องมีเอง และยังไม่รวมเงินเฟ้อ
  4. เริ่มอายุ 30 ออมเดือนละ 2,764 บาท เริ่มอายุ 50 ออมเดือนละ 14,814 บาท — และควักเงินตัวเองมากกว่าเกือบ 800,000 บาท
  5. ส่ง PVD ให้เต็มเพดานที่นายจ้างสมทบเป็นอันดับแรก — เป็นผลตอบแทน 100% ทันที
  6. ฟรีแลนซ์มีช่องว่างใหญ่ที่สุด — กอช. และ ม.40 คือสิ่งที่ต้องรีบทำ
  7. ลดความเสี่ยงลงเมื่อใกล้เกษียณ เพราะเวลาที่เหลือไม่พอให้ตลาดฟื้น

แหล่งอ้างอิง

ตัวเลขบำนาญคำนวณจากสูตรของสำนักงานประกันสังคมที่เพดานค่าจ้าง 17,500 บาท โดยสมมติว่าค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายอยู่ที่เพดานเต็ม การคำนวณเงินออมต่อเดือนใช้ผลตอบแทน 5% ต่อปีทบต้นรายเดือน และไม่ได้ปรับตามเงินเฟ้อ ตัวเลขทั้งหมดเป็นตัวอย่างเพื่อให้เห็นลำดับขนาด ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทน บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนเฉพาะบุคคล

คำถามที่พบบ่อย

ประกันสังคมจ่ายบำนาญเท่าไร?
สูตรคือ 20% ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย (ไม่เกินเพดาน) เมื่อส่งครบ 15 ปี และบวกอีก 1.5% ต่อทุกปีที่ส่งเกิน 15 ปี ที่เพดานใหม่ 17,500 บาท จึงได้ 3,500 บาทต่อเดือนเมื่อส่งครบ 15 ปี 6,125 บาทเมื่อส่งครบ 25 ปี และสูงสุด 8,750 บาทเมื่อส่งครบ 35 ปี
เพดานค่าจ้างประกันสังคมใหม่เท่าไร?
17,500 บาทต่อเดือนตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 (เงินสมทบสูงสุด 875 บาท/เดือน) จากนั้นจะขึ้นเป็น 20,000 บาทในปี 2572 และ 23,000 บาทในปี 2575
เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุได้เดือนละเท่าไร?
จ่ายแบบขั้นบันไดตามอายุ คือ 60–69 ปีได้ 600 บาท 70–79 ปีได้ 700 บาท 80–89 ปีได้ 800 บาท และ 90 ปีขึ้นไปได้ 1,000 บาทต่อเดือน
ต้องมีเงินเก็บเท่าไรถึงจะเกษียณได้?
ขึ้นกับรายจ่ายที่ต้องการต่อเดือนลบด้วยรายได้ที่รัฐจ่ายให้ แล้วคูณด้วยจำนวนปีที่ต้องอยู่ต่อ ตัวอย่าง: ต้องใช้ 20,000 บาท/เดือน มีบำนาญ+เบี้ยยังชีพ 9,350 บาท ขาด 10,650 บาท คูณ 18 ปี (อายุขัยเฉลี่ย 78 ลบเกษียณ 60) = ราว 2.3 ล้านบาท
ควรเริ่มวางแผนเกษียณตอนอายุเท่าไร?
ยิ่งเร็วยิ่งถูกลงแบบทวีคูณ เป้าหมาย 2.3 ล้านบาทที่ผลตอบแทน 5% ต่อปี ต้องออมเดือนละ 2,764 บาทถ้าเริ่มอายุ 30 แต่ต้องออมเดือนละ 14,814 บาทถ้าเริ่มอายุ 50 — ช้าไป 20 ปี แพงขึ้นกว่า 5 เท่า
ฟรีแลนซ์ไม่มีประกันสังคม ม.33 ทำอย่างไร?
สมัครมาตรา 40 ได้ (คุ้มครองน้อยกว่าและบำนาญน้อยกว่ามาก) และควรพิจารณา กอช. (กองทุนการออมแห่งชาติ) ซึ่งรัฐสมทบให้ รวมถึง RMF และ Thai ESG สำหรับลดหย่อนภาษี เพราะไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจากนายจ้างมารองรับ

บทความที่เกี่ยวข้อง

กองทุนรวมสำหรับมือใหม่ 2569: อ่าน Fund Fact Sheet และค่าธรรมเนียมที่กินเงินคุณ
การเงิน

กองทุนรวมสำหรับมือใหม่ 2569: อ่าน Fund Fact Sheet และค่าธรรมเนียมที่กินเงินคุณ

กองทุนรวมคืออะไร ระดับความเสี่ยง 1–8 ตามเกณฑ์ ก.ล.ต. วิธีอ่าน Fund Fact Sheet และคำนวณให้ดูว่าค่าธรรมเนียมต่างกัน 1% กินเงินคุณเท่าไรใน 20 ปี

อ่าน 23 นาทีอ่านบทความ
บัตรเครดิตใบแรก 2569: เกณฑ์ ธปท. วงเงินที่จะได้ และราคาจริงของการจ่ายขั้นต่ำ
การเงิน

บัตรเครดิตใบแรก 2569: เกณฑ์ ธปท. วงเงินที่จะได้ และราคาจริงของการจ่ายขั้นต่ำ

รายได้ขั้นต่ำ 15,000 บาท วงเงินตามเกณฑ์ ธปท. ดอกเบี้ยสูงสุด 16% และคำนวณให้ดูว่าจ่ายขั้นต่ำ 8% แพงกว่าจ่ายก้อนเท่าไร

อ่าน 21 นาทีอ่านบทความ
เงินสำรองฉุกเฉิน 2569: ควรมีเท่าไร และเก็บที่ไหนถึงไม่เสียดอกเบี้ยฟรี
การเงิน

เงินสำรองฉุกเฉิน 2569: ควรมีเท่าไร และเก็บที่ไหนถึงไม่เสียดอกเบี้ยฟรี

คำนวณเงินสำรองฉุกเฉินเป็นบาทจริง เทียบที่เก็บเงิน ออมทรัพย์ปกติ vs e-Savings vs กองทุนตลาดเงิน พร้อมวงเงินคุ้มครองเงินฝาก 1 ล้านบาทที่ต้องรู้

อ่าน 23 นาทีอ่านบทความ