ปารากวัยช็อกโลก! ล้มเยอรมนีดวลจุดโทษ 4-3 — บันทึกหน้าใหม่ฟุตบอลโลก 2026

ค่ำวันที่ 29 มิถุนายน 2026 เป็นคืนที่วงการฟุตบอลโลกจะจดจำไปอีกนาน เมื่อ ปารากวัย ทีมอันดับ 41 ของโลกที่ผ่านรอบแบ่งกลุ่มในฐานะ "หนึ่งในทีมอันดับสามที่ดีที่สุด" เปิดตำราสร้างหนึ่งในผลการแข่งขันที่น่าตกใจที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก ด้วยการล้ม เยอรมนี ผู้ครองแชมป์โลก 4 สมัยในดวลจุดโทษ 4-3 หลังเสมอกัน 1-1 ตลอด 120 นาทีที่กิลเล็ตต์สเตเดียม เมืองฟ็อกซ์โบโร รัฐแมสซาชูเซตส์
นี่คือ ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่เยอรมนีแพ้ดวลจุดโทษในฟุตบอลโลก หลังจากชนะมาโดยตลอดถึง 4 ครั้งตั้งแต่ปี 1982
เยอรมนีครองเกม แต่ปารากวัยไม่ยอมแพ้
เยอรมนีที่ชนะกลุ่ม E ด้วยสกอร์รวม 9-2 เปิดฉากด้วยการครองบอลสูงถึง 79% ในครึ่งแรก และสร้างแรงกดดันอย่างต่อเนื่อง แต่ปารากวัยตั้งรับอย่างแข็งแกร่งด้วย 8 ครั้งที่สกัดบล็อก และผู้รักษาประตู ออร์ลันโด กิลล์ ที่เล่นได้โดดเด่นเกินคาด
ประตูแรกมาจากฝั่ง ปารากวัย ในนาทีที่ 42 เมื่อ คูลิโอ เอนซีโซ่ โหม่งบอลเข้ากรอบจากลูกเซ็นเตอร์ของ มาติอัส กาลาร์ซา — ขณะที่เขายืนอยู่โดดเดี่ยวในกรอบเขตโทษโดยไม่มีผู้เล่นเยอรมนีคนใดติดตาม เยอรมนีตีเสมอผ่าน ไค ฮาเวิร์ตซ์ ในนาทีที่ 54 ด้วยการโหม่งจากลูกส่งของ ฟลอเรียน วีร์ตซ์ แต่หลังจากนั้นเยอรมนีก็ยิงเพิ่มอีกไม่ได้แม้จะยิงมุมประตูไปถึง 16 ครั้ง

จุดพลิกผัน: VAR ล้มประตูเยอรมนีในนาทีที่ 102
ฉากดราม่าสูงสุดของคืนนั้นเกิดขึ้นในนาทีที่ 102 ของต่อเวลา เมื่อ โยนาธาน ทา ของเยอรมนีโหม่งบอลเข้าตาข่ายจนแฟนบอลเยอรมันระเบิดดีใจ แต่กลับต้องเงียบสนิทเมื่อ VAR ตัดสินยกเลิกประตูดังกล่าว เพราะ วัลเดมาร์ อันตัน ฟาวล์ผู้รักษาประตู ออร์ลันโด กิลล์ ด้วยการกระแทกตัวเขาก่อนจะรับบอล ทำให้กิลล์ไม่สามารถรับลูกได้ตามปกติ
การตัดสินของ VAR ในครั้งนั้นกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้การแข่งขันต้องเดินหน้าสู่ดวลจุดโทษ
ออร์ลันโด กิลล์ — ฮีโร่ที่ไม่มีใครคาดคิด
ในดวลจุดโทษ ผู้รักษาประตู ออร์ลันโด กิลล์ กลายเป็นฮีโร่ตัวจริงของคืนนั้น ด้วยการเซฟลูกจุดโทษของเยอรมนีได้ถึง 2 ลูก — ได้แก่ ลูกของ ไค ฮาเวิร์ตซ์ และ นิก โวลเทมาเด ขณะที่ โยนาธาน ทา ยิงเสียอีก 1 ลูกโดยลอยข้ามคานออกไป
ฝั่งปารากวัยเองก็พลาด 2 ลูก (อันโตนิโอ ซานาบาเรีย และ ฟาบิอัน บัลบัวนา) แต่ โชเซ่ คานาเล ยิงประตูชี้ชะตาเข้าตาข่ายสำเร็จ ทำให้ปารากวัยชนะดวลจุดโทษ 4-3 และเดินหน้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย

สถิติที่เยอรมนีรักษาไว้ได้ 43 ปี จบสิ้นในคืนเดียว
สิ่งที่ทำให้ผลการแข่งขันครั้งนี้มีความหมายเกินกว่าแค่ "เซอร์ไพรส์" คือบริบทเชิงประวัติศาสตร์ที่น่าทึ่งอย่างยิ่ง:
| ปี | รายการ | คู่แข่ง | ผลดวลจุดโทษ |
|---|---|---|---|
| 1982 | ฟุตบอลโลก รอบรองชนะเลิศ | ฝรั่งเศส | ชนะ 5-4 |
| 1986 | ฟุตบอลโลก รอบก่อนรองชนะเลิศ | เม็กซิโก | ชนะ 4-1 |
| 1990 | ฟุตบอลโลก รอบรองชนะเลิศ | อังกฤษ | ชนะ 4-3 |
| 2006 | ฟุตบอลโลก รอบก่อนรองชนะเลิศ | อาร์เจนตินา | ชนะ 4-2 |
| 2026 | ฟุตบอลโลก รอบ 32 ทีม | ปารากวัย | แพ้ 3-4 |
ตลอด 43 ปี นับจากปี 1982 เยอรมนี (และเยอรมนีตะวันตก) ไม่เคยแพ้ดวลจุดโทษในฟุตบอลโลกแม้แต่ครั้งเดียว ความแข็งแกร่งในสถานการณ์กดดันสูงสุดนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของ "อัตลักษณ์" ของฟุตบอลเยอรมัน — และปารากวัยเพิ่งทำลายมันลง
จูเลียน นาเกลส์มันน์ กุนซือทีมชาติเยอรมนียอมรับกับสื่อหลังเกมว่า "ผมไม่ใช่คนที่หนีปัญหา นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ และมีบางอย่างที่เราต้องเปลี่ยนแปลงอย่างจริงจัง" ขณะที่ ไค ฮาเวิร์ตซ์ ยอมรับด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า "ผมหาคำพูดที่เหมาะสมไม่ได้เลย นี่คือฟุตบอลโลกครั้งที่สองของผม และทั้งสองครั้งไม่ได้ผลเลย"
จากทีมอันดับ 3 ของกลุ่ม สู่ทีมที่โค่นแชมป์โลกได้
เส้นทางของปารากวัยในทัวร์นาเมนต์นี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ พวกเขาจบในอันดับ 3 ของกลุ่ม D ด้วยผลงานเสมอ 0-0 กับออสเตรเลียและเสมอกับทีมอื่นในกลุ่ม ก่อนจะผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์ได้ในฐานะหนึ่งใน 8 ทีมอันดับ 3 ที่มีผลงานดีที่สุด ตามโครงสร้างใหม่ของฟุตบอลโลก 48 ทีม
ช่องว่างระดับ FIFA Ranking ระหว่างทั้งสองทีม — เยอรมนีอันดับ 10 vs ปารากวัยอันดับ 41 — ทำให้นักวิเคราะห์ระบุว่านี่คือหนึ่งในชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์รอบน็อกเอาต์ฟุตบอลโลก เปรียบเทียบได้กับการที่บัลแกเรียโค่นเยอรมนีในปี 1994 ซึ่งตอนนั้นเยอรมนีเป็นแชมป์เก่าด้วย
กุสตาโว โกเมซ กัปตันทีมปารากวัยกล่าวถึงความรู้สึกหลังจบเกมว่า "ความรู้สึกนี้อธิบายยากมาก ผมภาคภูมิใจในเพื่อนร่วมทีมและกลุ่มผู้เล่นทุกคนมากที่สุด สิ่งที่ผมประทับใจมากที่สุดคือความสามัคคีของพวกเรา เรามีพลังอันเหลือเชื่อในการรับมือกับทุกสถานการณ์"

ประชาชนชาวปารากวัยฉลองชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์นี้ด้วยการออกมาตามท้องถนน และรัฐบาลปารากวัยประกาศวันหยุดราชการ ในวันถัดมาเพื่อให้ประชาชนได้ร่วมฉลองชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่นี้
ต่อไปคืออะไร — รอบ 16 ทีมรออยู่
ปารากวัยจะก้าวเดินต่อสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย โดยจะเผชิญหน้ากับผู้ชนะระหว่าง ฝรั่งเศส กับ สวีเดน ในวันที่ 4 กรกฎาคม 2026 ที่ Lincoln Financial Field เมืองฟิลาเดลเฟีย รัฐเพนซิลเวเนีย — โจทย์ที่ยากอีกครั้ง แต่หลังจากสิ่งที่เกิดขึ้นคืนวันที่ 29 มิถุนายน ไม่มีใครกล้าตัดโอกาสของทีมชาติปารากวัยอีกต่อไป
ฟุตบอลโลก 2026 ยังคงดำเนินต่อไปถึง 19 กรกฎาคม และคืนนี้พิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งว่าในเกมกีฬา ไม่มีอะไรที่แน่นอน — และนั่นคือสิ่งที่ทำให้ฟุตบอลยังคงมีเสน่ห์ที่สุดในโลก
ข้อมูล ณ วันที่ 1 กรกฎาคม 2026
แหล่งข่าว: ESPN · NBC News · Al Jazeera · Sky Sports
แหล่งข่าว
คำถามที่พบบ่อย
- เยอรมนีแพ้ดวลจุดโทษในฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรกหรือไม่?
- ใช่ นัดกับปารากวัยเมื่อ 29 มิถุนายน 2026 เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่เยอรมนีแพ้ดวลจุดโทษในฟุตบอลโลก ก่อนหน้านี้พวกเขาชนะดวลจุดโทษในรายการนี้ 4 ครั้ง ตั้งแต่ปี 1982 (ในนามเยอรมนีตะวันตก) จนถึงปี 2006 โดยไม่เคยแพ้เลย
- ปารากวัยผ่านรอบแบ่งกลุ่มมาได้อย่างไร?
- ปารากวัยจบในอันดับ 3 ของกลุ่ม D โดยมีผลงานเสมอ 0-0 กับออสเตรเลีย และผ่านเข้ารอบ 32 ทีมในฐานะหนึ่งใน 8 ทีมอันดับ 3 ที่มีผลงานดีที่สุด ซึ่งเป็นโครงสร้างใหม่ของฟุตบอลโลก 48 ทีมปี 2026
- ปารากวัยจะพบใครในรอบ 16 ทีม?
- ปารากวัยจะเผชิญหน้ากับผู้ชนะระหว่างฝรั่งเศสกับสวีเดนในรอบ 16 ทีม กำหนดแข่ง 4 กรกฎาคม 2026 ที่เมืองฟิลาเดลเฟีย รัฐเพนซิลเวเนีย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ต่างประเทศโรนัลโด้ทำประวัติศาสตร์โลก! คนแรกที่ยิงประตูฟุตบอลโลกครบ 6 สมัย วัย 41 ยังไม่หยุด
คริสเตียโน โรนัลโด้ วัย 41 กลายเป็นนักเตะคนแรกที่ยิงประตูฟุตบอลโลกครบ 6 สมัย หลังซัดสองประตูช่วยโปรตุเกสถล่มอุซเบกิสถาน 5-0 เมื่อ 23 มิ.ย. 2026
ต่างประเทศโมร็อกโก 3-0 แคนาดา: อูนาฮิซัดสองประตู พา 'สิงห์แห่งแอตลาส' ทะลุ 8 ทีมสุดท้ายฟุตบอลโลก 2026
โมร็อกโกชนะแคนาดาเจ้าภาพ 3-0 รอบ 16 ทีมสุดท้ายฟุตบอลโลก 2026 ที่ฮุสตัน จากสองประตูของอูนาฮิ ทะลุเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายเป็นสมัยที่สอง
ไทยช้างศึกถล่มลาว 5-0 นำโด่งกลุ่ม บี อาเซียน ไฮยุนไดคัพ 2026
ทีมชาติไทยเปิดสนามอาเซียนคัพ 2026 ถล่มลาว 5-0 ที่เวียงจันทน์ นำตารางกลุ่ม บี ด้วยผลต่างประตู +5 ก่อนเจอมาเลเซียในนัดชี้ชะตา 1 สิงหาคม