ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
tetono.

ไทยติด Top 4 โลก! IMF ยกไทยเป็นผู้ส่งออกฮาร์ดแวร์ AI รายใหญ่สุด ส่งออกอิเล็กทรอนิกส์พุ่ง 41.5%

โดย กองบรรณาธิการ Tetonoอ่าน 18 นาที
แชร์บทความนี้
ไทยติด Top 4 โลก! IMF ยกไทยเป็นผู้ส่งออกฮาร์ดแวร์ AI รายใหญ่สุด ส่งออกอิเล็กทรอนิกส์พุ่ง 41.5%
Seagate ST33232A hard disk inner view by Eric Gaba (Sting - fr:Sting) This image… — CC BY-SA 3.0 via Wikimedia Commons

เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เผยแพร่รายงาน World Economic Outlook Update ประจำเดือนกรกฎาคม ซึ่งมีข้อสรุปที่ไทยควรภูมิใจ: ไทยได้รับการระบุชื่อในฐานะหนึ่งใน 4 ประเทศผู้ส่งออกฮาร์ดแวร์ AI สุทธิรายใหญ่ที่สุดของโลก ร่วมกับเกาหลีใต้ มาเลเซีย และไต้หวัน

ไม่ใช่แค่ชื่อที่ถูกพาดพิงในเชิงสรุป แต่ IMF ระบุว่า 4 ประเทศนี้เป็น "ตัวแสดงที่โดดเด่นที่สุดของรอบเทคโนโลยีโลกในปัจจุบัน" และ ทำผลงานเกินคาดการณ์ GDP ไตรมาส 1 ปี 2569 โดยเฉลี่ยถึง 4.4 เปอร์เซ็นต์พอยต์ ตัวเลขนี้สะท้อนว่าคลื่นการลงทุน AI ระดับโลกกำลังไหลเข้ามาตามห่วงโซ่อุปทานที่ผ่านประเทศไทยโดยตรง

ฮาร์ดแวร์ AI คืออะไร และทำไมไทยถึงเกี่ยวข้อง

เมื่อพูดถึง AI ส่วนใหญ่คนจะนึกถึงโมเดลภาษาหรือแอปพลิเคชัน แต่ก่อนที่ AI จะทำงานได้ต้องมี โครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดหลายหมื่นตารางเมตร เซิร์ฟเวอร์ราคาหลายล้านดอลลาร์ต่อชุด และ ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ (HDD) หลายร้อยล้านตัว สำหรับจัดเก็บข้อมูลการฝึก AI และผลลัพธ์

IMF นิยาม "ฮาร์ดแวร์ AI" ในรายงานนี้ว่าครอบคลุม: อุปกรณ์คอมพิวเตอร์และชิ้นส่วน, เครื่องจักรผลิตชิป, ชิปหน่วยความจำ, และชิ้นส่วนเซิร์ฟเวอร์/ดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งไทยแข็งแกร่งเป็นพิเศษในเรื่อง ฮาร์ดดิสก์ และ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ที่เป็นหัวใจของการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI

ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ — ชิ้นส่วนสำคัญของโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่ไทยผลิตให้โลก 80% ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ — ชิ้นส่วนสำคัญของโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่ไทยผลิตให้โลกถึง 80% — CC via Wikimedia Commons

ตัวเลขที่บอกทุกอย่าง: ส่งออกอิเล็กทรอนิกส์พุ่ง 41.5%

ความแข็งแกร่งของการส่งออกไทยในปีนี้ไม่ใช่แค่การคาดการณ์ แต่มีตัวเลขจริงยืนยัน:

  • ส่งออกอิเล็กทรอนิกส์มกราคม–พฤษภาคม 2569: รวม 1.295 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่แล้ว
  • เมษายน 2569: อิเล็กทรอนิกส์พุ่ง 65% เมื่อเทียบปีต่อปี — เดือนที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบหลายปี
  • อุปกรณ์โทรคมนาคม: โต 148% ปีต่อปี
  • ผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์: โต 37% ปีต่อปี
  • ส่งออกไทยสู่สหรัฐฯ โดยเฉพาะ: เติบโตกว่า 70% ปีต่อปี

ในภาพรวม ไทยส่งออกสินค้ารวมมกราคม–พฤษภาคม 2569 ทั้งสิ้น 162.1 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 17% เมื่อเทียบกับปีก่อน และ สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย ได้ปรับเป้าการเติบโตของการส่งออกปีนี้จาก 2–4% ขึ้นมาเป็น 8–10% ซึ่งนายนันทพงษ์ ชิราเสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ยืนยันตัวเลขนี้

IMF จึงตอบรับด้วยการปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ไทยปี 2569 ขึ้นเป็น 1.9% จากเดิม 1.5% — เพิ่มขึ้น 0.4 เปอร์เซ็นต์พอยต์ และปรับปี 2570 จาก 2.1% เป็น 2.2% เช่นกัน โดยอ้างถึง "การส่งออกและการลงทุนในเทคโนโลยีที่แข็งแกร่ง" เป็นปัจจัยหลัก

ทำไมไทยถึงผลิตฮาร์ดดิสก์ 80% ของโลก

จุดแข็งหลักของไทยในฐานะ AI hardware exporter ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มีรากฐานมาจากหลายทศวรรษ:

Western Digital มีโรงงานขนาดใหญ่ในบางปะอิน (พระนครศรีอยุธยา) และปราจีนบุรี รองรับกำลังผลิต 40 ล้านตัวต่อปี ล่าสุดอนุมัติแผนขยาย 23,500 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะสร้างงานกว่า 10,000 ตำแหน่ง และเพิ่มมูลค่าส่งออก HDD ของไทยอีกกว่า 200,000 ล้านบาทต่อปี

Seagate มีโรงงานขนาดใหญ่ในนครราชสีมา ครอบคลุมกระบวนการผลิตครบวงจรตั้งแต่การผลิต nano-transducer ไปจนถึงการประกอบขั้นสุดท้าย

ทั้งสองบริษัทเข้ามาตั้งฐานในไทยตั้งแต่ยุค 1980s–1990s เพราะสิทธิประโยชน์จาก BOI (สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน) ทำเลอยู่กลางภูมิภาคอาเซียน และแรงงานฝีมือที่พัฒนาได้ แม้น้ำท่วมใหญ่ปี 2554 จะสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อโรงงานในอยุธยา แต่บริษัทเหล่านี้ไม่ย้ายฐาน กลับขยายการลงทุนในไทยต่อเนื่อง

การผลิตชิปเซมิคอนดักเตอร์ — อุตสาหกรรมที่ไทยกำลังยกระดับไปสู่ในอนาคต การผลิตชิปเซมิคอนดักเตอร์ — อุตสาหกรรมที่ไทยกำลังก้าวไปสู่ในยุทธศาสตร์ระยะยาว — CC via Wikimedia Commons

รัฐบาลตอบรับและยุทธศาสตร์ระยะยาว

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกรัฐบาล กล่าวว่า "การประเมินของ IMF สนับสนุนการที่รัฐบาลกำหนดให้ AI เซมิคอนดักเตอร์ และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง เป็นอุตสาหกรรมเชิงยุทธศาสตร์ รัฐบาลจะดำเนินการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เพื่อแปลงการเติบโตจาก AI เป็นการจ้างงานที่มีคุณภาพ"

ในระดับนโยบาย นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ออกคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 192/2569 จัดตั้ง คณะกรรมการนโยบายอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงแห่งชาติ กำหนดเป้าดึงการลงทุนในอุตสาหกรรมนี้ถึง 2.5 ล้านล้านบาทภายในปี 2593 และสร้างแรงงานทักษะสูง 230,000 คน โดยมีวิสัยทัศน์ระยะยาวในการผลิตชิปภายในประเทศ ("Chip Made in Thailand")

ในปัจจุบัน ชิปที่ไทยส่งออกส่วนใหญ่เป็น เซมิคอนดักเตอร์เอนกประสงค์ เช่น ชิปจัดการพลังงาน (Power Management IC) ที่โต 21% และ Microcontroller โต 31% ในปี 2569 ตามข้อมูลของศูนย์วิจัยกสิกรไทย ไทยยังไม่ได้ออกแบบหรือผลิตชิป AI ประสิทธิภาพสูงอย่าง Nvidia H200 แต่ ชิ้นส่วนที่ไทยผลิตเป็นฐานโครงสร้างที่ขาดไม่ได้ ของระบบ AI ทั้งหมด

เปรียบไทยกับ 3 ประเทศเพื่อนในกลุ่ม

แม้จะอยู่ในกลุ่มเดียวกัน แต่แต่ละประเทศมีจุดแข็งต่างกัน:

ประเทศจุดแข็งGDP คาดการณ์ปี 2569
เกาหลีใต้ออกแบบและผลิตชิปหน่วยความจำ (Samsung, SK Hynix)2.6%
ไต้หวันผลิตชิปประสิทธิภาพสูง logic chip (TSMC)
มาเลเซียบรรจุภัณฑ์และทดสอบชิป (packaging & testing)4.7%
ไทยฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ + ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์1.9%

ไทยอาจมี GDP growth ต่ำกว่าเกาหลีและมาเลเซีย เพราะมูลค่าเพิ่มต่อหน่วยของ HDD ประกอบสำเร็จยังต่ำกว่าการออกแบบชิป แต่ในเชิงปริมาณการส่งออก ไทยมีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทานระดับโลกอย่างไม่อาจปฏิเสธ

ดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ — ปลายทางของฮาร์ดแวร์ที่ไทยผลิต สำหรับโครงสร้างพื้นฐาน AI ทั่วโลก ดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ — ปลายทางของฮาร์ดแวร์ AI ที่ไทยผลิต — ภาพประกอบ CC via Wikimedia Commons

สิ่งที่ต้องจับตา: โอกาสและความท้าทาย

การส่งออกที่พุ่งสูงในปีนี้เกิดขึ้นท่ามกลางปัจจัยที่ต้องติดตาม:

  • มาตรการภาษีสหรัฐฯ: ไทยเผชิญภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ทั่วไป (reciprocal tariff) แต่ชิปและฮาร์ดแวร์ AI ส่วนใหญ่ได้รับการยกเว้นหรืออยู่นอกเป้าหมายหลักของมาตรการ Section 232 ที่มุ่งเป้าเฉพาะชิป AI ขั้นสูง
  • การพึ่งพาความต้องการจากต่างประเทศ: ดีมานด์ฮาร์ดแวร์ AI ผูกโยงกับแผนการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ระดับโลก หากการลงทุนชะลอ ยอดส่งออกอาจกระเทือน
  • การยกระดับอุตสาหกรรม: ไทยต้องพัฒนาจาก "ผู้ประกอบชิ้นส่วน" สู่ "ผู้ออกแบบและผลิตชิป" เพื่อเพิ่มมูลค่าเพิ่มในระยะยาว ซึ่งต้องใช้เวลาและการลงทุนด้านการศึกษาอีกหลายทศวรรษ

การที่ IMF ยกชื่อไทยไว้ในรายงานระดับโลกครั้งนี้ไม่ใช่แค่เกียรติยศ แต่เป็นสัญญาณว่าไทยอยู่ในแผนที่ของโลกในฐานะซัพพลายเออร์ฮาร์ดแวร์ AI — สถานะที่จะดึงดูดการลงทุนเพิ่มเติมและสร้างโอกาสการจ้างงานทักษะสูงในประเทศ ติดตามสถานการณ์การลงทุน AI ในไทยเพิ่มเติมได้จาก ข่าวไทยและ WAIC China AI 2026 และ ข่าวการแข่งขันความสามารถในการแข่งขันของไทย IMD 2026

แหล่งข่าว

แหล่งข่าว

คำถามที่พบบ่อย

ฮาร์ดแวร์ AI ที่ IMF พูดถึงคืออะไร?
IMF หมายถึงชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้สร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI ได้แก่ ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ (HDD) สำหรับจัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่, อุปกรณ์คอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ, ชิปหน่วยความจำ และชิ้นส่วนเซิร์ฟเวอร์/ดาต้าเซ็นเตอร์ ไทยแข็งแกร่งโดยเฉพาะในด้านฮาร์ดดิสก์ซึ่งผลิตถึง 80% ของโลก
ทำไมไทยถึงผลิตฮาร์ดดิสก์ได้มากถึง 80% ของโลก?
เริ่มจากการที่ Western Digital และ Seagate เข้ามาตั้งโรงงานในไทยตั้งแต่ยุค 1980s–1990s เพราะแรงจูงใจของ BOI ทำเลที่ดี และแรงงานทักษะสูง แม้ฝนน้ำท่วมปี 2554 จะกระทบโรงงานรุนแรง บริษัทเหล่านี้ก็ไม่ย้ายออก แต่ขยายฐานการผลิตในไทยต่อ จนไทยกลายเป็นศูนย์กลาง HDD ของโลก
การเติบโตจากการส่งออก AI hardware จะยั่งยืนแค่ไหน?
ในระยะสั้น-กลาง ดีมานด์ฮาร์ดดิสก์และชิ้นส่วนดาต้าเซ็นเตอร์ยังแข็งแกร่งตามการลงทุน AI โลก แต่ในระยะยาว ไทยต้องยกระดับไปสู่การออกแบบชิปและการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง รัฐบาลตั้งเป้าไว้ในยุทธศาสตร์ชิปแห่งชาติถึงปี 2593

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ส่งออกไทยทุบสถิติ! เมษายน 2569 โต 23.1% บวกต่อเนื่อง 22 เดือนรวด อิเล็กทรอนิกส์-ผลไม้นำทัพไทย
เศรษฐกิจ

ส่งออกไทยทุบสถิติ! เมษายน 2569 โต 23.1% บวกต่อเนื่อง 22 เดือนรวด อิเล็กทรอนิกส์-ผลไม้นำทัพ

ส่งออกไทยเดือนเมษายน 2569 มูลค่า 31,583 ล้านดอลลาร์ โต 23.1% บวกต่อเนื่อง 22 เดือน หลังมีนาคมทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ นำโดยอิเล็กทรอนิกส์และผลไม้

อ่านข่าว
สหรัฐเก็บภาษี 12.5% สินค้าไทย ไทยเร่งเจรจาข้อตกลงการค้าหวังลดเหลือ 10%ไทย
เศรษฐกิจ

สหรัฐเก็บภาษี 12.5% สินค้าไทย ไทยเร่งเจรจาข้อตกลงการค้าหวังลดเหลือ 10%

สหรัฐเรียกเก็บภาษีนำเข้า 12.5% สินค้าไทยตั้งแต่ 24 ก.ค. 2569 อ้างปัญหาแรงงานบังคับ ยกเว้นกว่า 2,120 รายการ ขณะไทยเร่งเจรจา ART หวังลดภาษีเหลือ 10% เท่าเพื่อนบ้าน

อ่านข่าว
ทุเรียนไทยยุคใหม่: เกษตรกรกว่าหมื่นรายจับมือเทคโนโลยี ดันราชาผลไม้สู่ตลาดโลกไทย
เศรษฐกิจ

ทุเรียนไทยยุคใหม่: เกษตรกรกว่าหมื่นรายจับมือเทคโนโลยี ดันราชาผลไม้สู่ตลาดโลก

depa ขยายโครงการ OTOD Digital Durian ดึงเกษตรกรทุเรียนกว่า 10,000 รายใช้แอปบันทึก–ตรวจสอบย้อนกลับ คาดเพิ่มมูลค่าทุเรียนไทยถึง 11.7 พันล้านบาท

อ่านข่าว