ไฟเขียวค่าเหยียบแผ่นดิน 450 บาท เริ่มเก็บทางอากาศต้นปี 2570

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาประกาศเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 ว่า หลังเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะเป็นเวลา 35 วัน ประชาชนกว่า 80% เห็นด้วยกับการจัดเก็บ "ค่าเหยียบแผ่นดิน" หรือค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติ ในอัตรา 450 บาทต่อคน ปูทางให้เสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติ ก่อนเริ่มเก็บจริงทางอากาศภายในไตรมาสแรกของปี 2570
นี่คือก้าวสำคัญของนโยบายที่ถูกเลื่อนมาแล้วหลายครั้งในรอบ 10 ปี และเมื่อมีผลบังคับใช้จะทำให้ไทยเป็นหนึ่งในกว่า 80 ประเทศทั่วโลกที่เก็บค่าธรรมเนียมลักษณะนี้จากนักท่องเที่ยวขาเข้า
ผลรับฟังความเห็น: คนส่วนใหญ่เห็นด้วย
นางสาวณัฐนรี ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยผลการรับฟังความคิดเห็นผ่านช่องทางออนไลน์ระหว่างวันที่ 24 สิงหาคม–28 กันยายน 2569 ซึ่งมีผู้ร่วมแสดงความเห็นทั้งสิ้น 5,954 คน โดย:
- 80.50% เห็นด้วยกับร่างประกาศจัดเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติ
- 78.30% เห็นด้วยกับอัตราที่เสนอคือ 450 บาทต่อคน บางส่วนเสนอให้เก็บสูงกว่านี้ด้วยซ้ำ
ขั้นตอนต่อไปคือกระทรวงจะรวบรวมผลสรุปเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายกองทุนพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ก่อนชงให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติ และประกาศในราชกิจจานุเบกษาอย่างเป็นทางการ
เก็บยังไง เริ่มเมื่อไหร่
นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางจัดเก็บร่วมกับภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม โดยมีนางสาวสุพจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานคณะกรรมการกำกับดูแลในภาพรวม
การจัดเก็บจะแบ่งเป็น 2 ระยะ:
- ทางอากาศก่อน — ภายใน 180 วันหลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา คาดเริ่มเก็บได้จริงไตรมาส 1 ปี 2570
- ทางบกและทางน้ำ — เลื่อนออกไปอีกราว 1 ปี (ประมาณ 360 วันหลังระยะแรก) เพื่อให้เวลาด่านชายแดนเตรียมระบบ
ช่องทางชำระเงินที่อยู่ระหว่างพิจารณา ได้แก่ รวมในค่าตั๋วเครื่องบิน ชำระผ่านแอปพลิเคชัน เว็บไซต์ หรือตู้คีออสก์ที่สนามบิน โดยอัตรา 450 บาทนี้ใช้ได้ครอบคลุมการเข้า-ออกประเทศภายใน 30 วัน แม้จะเดินทางเข้าออกหลายครั้งก็ตาม
ภาพ: สนามบินสุวรรณภูมิ จุดแรกที่จะเริ่มเก็บค่าเหยียบแผ่นดิน — Wikimedia Commons
เงินไปไหน ใช้ทำอะไรบ้าง
รายได้จากค่าเหยียบแผ่นดิน คาดว่าจะอยู่ที่ กว่า 8,000 ล้านบาทต่อปี (บางฝ่ายประเมินว่าเมื่อสะสมหลายปีกองทุนอาจมีมูลค่าเกิน 10,000 ล้านบาท) จะถูกนำเข้า กองทุนพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งเป็นกองทุนนอกงบประมาณ เพื่อใช้ใน 3 ด้านหลัก:
- คุ้มครองนักท่องเที่ยว — เป็นค่าประกันภัยอุบัติเหตุและลดภาระค่ารักษาพยาบาลที่ระบบสาธารณสุขไทยต้องแบกรับเมื่อนักท่องเที่ยวต่างชาติเจ็บป่วยหรือประสบอุบัติเหตุระหว่างท่องเที่ยว ซึ่งก่อนหน้านี้หน่วยงานด้านท่องเที่ยวระบุว่าภาระส่วนนี้สูงถึงราว 7,000 ล้านบาทต่อปี
- ความปลอดภัย — พัฒนาระบบความปลอดภัยและเพิ่มกำลังตำรวจท่องเที่ยว
- โครงสร้างพื้นฐานและแหล่งท่องเที่ยว — ปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวก งานวิจัยด้านท่องเที่ยว การประชุม และการฝึกอบรมบุคลากร
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวถึงความสำคัญของมาตรการนี้ว่า
"การจัดเก็บค่าธรรมเนียมนี้มีความสำคัญ เพื่อให้นักท่องเที่ยวรู้สึกว่าเงินที่จ่ายไปนั้นคุ้มค่า ทั้งในแง่ประสบการณ์และความปลอดภัย"
ภาพ: แหล่งท่องเที่ยวทางทะเลภาคใต้ ตัวอย่างพื้นที่ที่กองทุนฯ ตั้งเป้าพัฒนาต่อ — Wikimedia Commons
เสียงเตือนเรื่องความโปร่งใส
ไม่ใช่ทุกฝ่ายที่เห็นด้วยแบบไม่มีเงื่อนไข คณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงินของสภาผู้แทนราษฎร ออกมาเตือนให้รัฐบาลพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนเดินหน้าจัดเก็บ โดยชี้ว่าการนำเงินเข้ากองทุนนอกงบประมาณแทนที่จะนำส่งคลังตามปกติ อาจเสี่ยงต่อวินัยการเงินการคลัง และตรวจสอบการใช้จ่ายได้ยากกว่า เปิดช่องให้เกิดการรั่วไหลหรือเอื้อประโยชน์
นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งร่วมหารือแนวทางบริหารกองทุนนี้ ยอมรับว่าการดูแลเงินกองทุนระดับหมื่นล้านบาทต้องมีความโปร่งใสเป็นพิเศษ จึงเสนอให้เปิดให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ (แม้จะไม่มีสิทธิ์ออกเสียงโดยตรง) และ ถ่ายทอดสดการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนผ่านกล้องวงจรปิดให้สาธารณะรับชมได้ เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบได้ตลอดกระบวนการ
"จึงต้องเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะให้กว้างขวาง" นายวีระศักดิ์กล่าว
จังหวะที่ยังมีคำถาม: ท่องเที่ยวไทยกำลังฟื้นตัวท่ามกลางน้ำท่วม
มาตรการนี้เดินหน้าในช่วงที่ภาคการท่องเที่ยวไทยกำลังเผชิญแรงกดดันจากหลายทาง ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติเดือนมกราคม–สิงหาคม 2569 อยู่ที่ประมาณ 20.9 ล้านคน ลดลงราว 3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะเดียวกันพื้นที่ภาคเหนือหลายจังหวัดเพิ่งเผชิญน้ำท่วมใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจท่องเที่ยวและการฟื้นฟูเมือง ทำให้ผู้ประกอบการโรงแรมและทัวร์บางส่วนตั้งคำถามถึงจังหวะเวลาของการเพิ่มค่าใช้จ่ายให้นักท่องเที่ยว
อย่างไรก็ตาม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยประเมินว่าสถานการณ์น้ำท่วมยังไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อภาพรวมอุตสาหกรรม โดยเฉพาะตลาดต่างประเทศจากยุโรป สหรัฐฯ และตะวันออกกลางที่เริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว และยังคงเป้าหมายรายได้รวมการท่องเที่ยวปี 2569 ไว้ที่ 2.7 ล้านล้านบาท
ด้านความคุ้มครองที่กองทุนนี้จะมอบให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ มีลักษณะใกล้เคียงกับกรมธรรม์ประกันการเดินทาง ที่นักท่องเที่ยวไทยซื้อเองเวลาไปต่างประเทศ เพียงแต่ครั้งนี้รัฐเป็นผู้จัดหาให้แบบรวมในค่าธรรมเนียมขาเข้า
สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้
ขั้นตอนถัดไปอยู่ที่การเสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติร่างประกาศอย่างเป็นทางการ ซึ่งหากผ่านความเห็นชอบ กระบวนการนับถอยหลัง 180 วันก่อนเริ่มเก็บทางอากาศจริงก็จะเริ่มต้นทันที นักท่องเที่ยวต่างชาติที่วางแผนเดินทางมาไทยในช่วงต้นปี 2570 ควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการและช่องทางการชำระเงินที่กระทรวงจะประกาศใกล้เวลาจริงอีกครั้ง ส่วนนักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางในประเทศไม่ได้รับผลกระทบจากค่าธรรมเนียมนี้แต่อย่างใด
แหล่งข่าว
คำถามที่พบบ่อย
- ค่าเหยียบแผ่นดินคืออะไร ใครต้องจ่าย?
- เป็นค่าธรรมเนียมที่รัฐบาลไทยเตรียมเก็บจากนักท่องเที่ยว "ชาวต่างชาติ" ที่เดินทางเข้าประเทศไทย อัตราที่เสนอคือ 450 บาทต่อคน โดยจะเริ่มเก็บจากผู้เดินทางเข้าทางอากาศก่อน ไม่เก็บจากคนไทย
- ค่าเหยียบแผ่นดินจะเริ่มเก็บเมื่อไหร่?
- คาดว่าจะเริ่มเก็บทางอากาศภายในไตรมาส 1 ปี 2570 หลังผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีและประกาศในราชกิจจานุเบกษา ส่วนช่องทางบกและทางน้ำจะเริ่มเก็บช้ากว่านั้นประมาณ 1 ปี
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ไทยนักท่องเที่ยวจีนกลับมาแล้ว! ครองแชมป์เที่ยวไทยปี 2569 ดันรายได้ทะลุ 7 แสนล้านบาท
นักท่องเที่ยวจีนทวงคืนอันดับ 1 ตลาดเที่ยวไทยปี 2569 ยอดสะสมกว่า 2.3 ล้านคน โต 18.4% ดันรายได้ท่องเที่ยวต่างชาติทะลุ 7 แสนล้านบาทตั้งแต่ต้นปี
ไทยค่าไฟใหม่ ก.ย. 69: ใช้น้อยจ่ายถูกลง 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาท/หน่วย
กกพ. ประกาศโครงสร้างค่าไฟฟ้าใหม่ เริ่มบิลเดือนกันยายน 2569 ใช้ไฟ 200 หน่วยแรกจ่ายไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย ลดภาระค่าครองชีพกว่า 21 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ
ไทยสหรัฐเก็บภาษี 12.5% สินค้าไทย ไทยเร่งเจรจาข้อตกลงการค้าหวังลดเหลือ 10%
สหรัฐเรียกเก็บภาษีนำเข้า 12.5% สินค้าไทยตั้งแต่ 24 ก.ค. 2569 อ้างปัญหาแรงงานบังคับ ยกเว้นกว่า 2,120 รายการ ขณะไทยเร่งเจรจา ART หวังลดภาษีเหลือ 10% เท่าเพื่อนบ้าน