ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
tetono.
เทคโนโลยีต่างประเทศ

ประชุม AI โลกครั้งแรก: UN เตือนไม่มีหลักประกันว่า AI ขั้นสูงจะเชื่อฟังคำสั่งมนุษย์

โดย กองบรรณาธิการ Tetonoอ่าน 14 นาที
แชร์บทความนี้
ประชุม AI โลกครั้งแรก: UN เตือนไม่มีหลักประกันว่า AI ขั้นสูงจะเชื่อฟังคำสั่งมนุษย์
Palais des Nations by Yann Forget — CC BY-SA 3.0 via Wikimedia Commons

วันที่ 6 กรกฎาคม 2569 — เวทีกำกับดูแลปัญญาประดิษฐ์ระดับโลกครั้งแรกในประวัติศาสตร์เปิดฉากขึ้นที่กรุงเจนีวา สมาชิกสหประชาชาติทั้ง 193 ชาติรวมตัวกัน ณ ศูนย์ประชุม Palexpo พร้อมภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม เพื่อถกปัญหาที่เร่งด่วนที่สุดในยุคดิจิทัล: จะกำกับดูแล AI ที่กำลังเปลี่ยนโลกให้เกิดประโยชน์แก่มนุษยชาติจริงได้อย่างไร

เปิดเวทีประวัติศาสตร์: 193 ชาติร่วมกำหนดอนาคต AI

"Global Dialogue on AI Governance" คือเวทีระหว่างรัฐบาลแห่งแรกที่ได้รับการจัดตั้งโดยมติสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (Resolution A/RES/79/325) ดำเนินการโดยความร่วมมือของ 4 หน่วยงาน UN ได้แก่ ITU, UNESCO, ODET และ OESG สิ่งที่ทำให้เวทีนี้แตกต่างจากการประชุม AI ก่อนหน้าทั้งหมดคือ: ทุกประเทศมีเสียงเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ หรือจีน หรือชาติกำลังพัฒนาที่เล็กที่สุดในโลก

เวทีนี้จัดขึ้นสองวัน (6–7 กรกฎาคม) ที่เจนีวา และจะมีครั้งที่สองตามมาที่นิวยอร์กในเดือนพฤษภาคม 2570 เป้าหมายหลักคือการนำผลการประเมินทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับ AI เสนอต่อรัฐบาลทั้ง 193 ชาติพร้อมกัน เพื่อวางรากฐานสำหรับกรอบการกำกับที่มีความร่วมมือระหว่างประเทศอย่างแท้จริง

เลขาธิการ UN อันโตนิโอ กูเตอร์เรส กล่าวชัดเจนว่า "โลกไม่สามารถกำกับในสิ่งที่ตัวเองไม่เข้าใจ ยิ่ง AI พัฒนาโดยปราศจากกฎร่วม รัฐบาลและประชาชนก็ยิ่งมีอำนาจในการกำหนดผลลัพธ์น้อยลง อย่ารอ"

คณะนักวิทยาศาสตร์เผย: ยังไม่มีหลักประกันว่า AI จะเชื่อฟัง

Yoshua Bengio นักวิทยาศาสตร์รางวัล Turing Award และร่วมประธานคณะผู้เชี่ยวชาญ AI ของ UN

ห้าวันก่อนเปิดประชุม คณะผู้เชี่ยวชาญวิทยาศาสตร์นานาชาติอิสระว่าด้วย AI ซึ่งมีนักวิทยาศาสตร์ 40 คนจาก 37 ประเทศ ได้เผยแพร่รายงานประเมินเบื้องต้นฉบับแรกเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 คณะผู้เชี่ยวชาญนำโดยสองบุคคลสำคัญ: โยชัว เบนจิโอ (Yoshua Bengio) นักวิจัย AI รางวัล Turing Award และ มาเรีย เรสซา (Maria Ressa) นักข่าวรางวัลโนเบลสันติภาพจากฟิลิปปินส์

ข้อค้นพบสำคัญที่สุด: "ปัจจุบันไม่มีหลักประกันทางเทคนิคว่า AI ขั้นสูงที่สุดจะเชื่อฟังคำสั่งมนุษย์"

เบนจิโอระบุว่า "ในห้องทดลองมีหลักฐานชัดเจนถึงพฤติกรรมหลอกลวงของ AI บางระบบตรวจสอบได้ว่ากำลังถูกทดสอบและปรับตัวให้ดูปลอดภัยในขณะนั้น บางระบบแสดงสัญญาณพยายามหลีกเลี่ยงการปิดระบบ และเมื่อขีดความสามารถเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ วิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถรับประกันได้ว่า AI จะไม่ก่อความเสียหายร้ายแรง"

รายงานยังบันทึกความเสียหายที่เป็นรูปธรรมของ AI ในปัจจุบัน ได้แก่ พฤติกรรม "AI เยินยอผู้ใช้" (sycophantic AI) ที่ตอบในสิ่งที่ผู้ใช้อยากได้ยินโดยไม่คำนึงถึงความจริง ซึ่งเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ทางสุขภาพจิตร้ายแรงรวมถึงการเสียชีวิตที่มีการบันทึกไว้ นอกจากนี้ยังมีการใช้ AI สร้างสื่อล่วงละเมิดทางเพศเด็ก การโจมตีไซเบอร์ด้วย AI และการแพร่ข้อมูลเท็จ

อำนาจ AI กระจุกอยู่มือใครบ้าง?

ภาพประกอบ: ขีดความสามารถ AI ตั้งแต่ระบบพื้นฐานจนถึง AI ที่เหนือมนุษย์

รายงานเผยตัวเลขที่ฉายให้เห็นความไม่สมดุลของอำนาจ AI อย่างชัดเจน:

  • สหรัฐฯ ครองพลังประมวลผล AI ถึง 75% ของซูเปอร์คอมพิวเตอร์ AI 500 อันดับแรกของโลก จีนตามมาที่ 15% และส่วนที่เหลือของโลกรวมกันมีเพียง 10%
  • 91% ของโมเดล AI ชั้นนำมาจากภาคเอกชน ไม่ใช่รัฐบาลหรือสถาบันสาธารณะ
  • สหรัฐฯ มีโมเดล AI แนวหน้า 59 โมเดล จีน 35 และประเทศอื่นทั้งโลกรวมกันมีเพียง 13
  • 118 ประเทศ (ส่วนใหญ่เป็นโลกใต้) ขาดการมีส่วนร่วมอย่างมีความหมายในเวทีกำกับ AI ที่สำคัญ
  • AI ที่มีอยู่ในปัจจุบันฝึกฝนบนเพียงเศษเสี้ยวของ 7,000 กว่าภาษา ที่มนุษย์ใช้งานจริง

ในทางตรงกันข้าม มีผู้ใช้ AI เชิงสนทนา (conversational AI) ทั่วโลก กว่า 1 พันล้านคนต่อสัปดาห์ ChatGPT ใช้เวลาเพียง 2 เดือนเข้าถึง 100 ล้านผู้ใช้ เทียบกับอินเทอร์เน็ตที่ใช้เวลากว่า 15 ปี และขีดความสามารถของ AI ตัวแทน (AI agent) เพิ่มเท่าตัวทุก 4–7 เดือน ความไม่สมดุลระหว่างความเร็วในการแพร่กระจาย AI กับการกระจุกตัวของอำนาจในการกำหนดทิศทาง AI คือหัวใจของวิกฤตที่เวทีเจนีวาพยายามแก้ไข

ผลกระทบต่อไทยและอาเซียน

Maria Ressa นักข่าวรางวัลโนเบลสันติภาพและร่วมประธานคณะผู้เชี่ยวชาญ AI ของ UN

ภูมิภาคอาเซียนไม่ใช่ผู้สังเกตการณ์ที่อยู่ห่างไกล — AI คาดว่าจะผลักดัน GDP ของภูมิภาคเพิ่มขึ้น 10–18% หรือราว 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2573 และดึงดูดการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI กว่า 3 หมื่นล้านดอลลาร์ในครึ่งแรกของปี 2567 เพียงปีเดียว

ไทยมีบทบาทนำในอาเซียนด้านจริยธรรม AI: เมื่อปีที่แล้ว ไทยเป็นเจ้าภาพ UNESCO's 3rd Global Forum on the Ethics of AI ที่กรุงเทพฯ มีผู้เข้าร่วม 2,770 คนจาก 90 ประเทศและรัฐมนตรีกว่า 30 คน ปัจจุบันไทยอยู่ใน 7 ชาติอาเซียนที่ UNESCO สนับสนุนด้านการนำแผนจริยธรรม AI ไปปฏิบัติจริง ควบคู่กับกัมพูชา ลาว เวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และมาเลเซีย

แต่ข้อกังวลของเวทีเจนีวายังสะท้อนถึงความเปราะบางของไทยด้วย: ระบบ AI ชั้นนำส่วนใหญ่ไม่ได้ถูกพัฒนามาเพื่อภาษาไทยโดยตรง ผู้ใช้ไทยพึ่งพาระบบที่สร้างโดยบริษัทต่างประเทศซึ่งไทยแทบไม่มีอำนาจตรวจสอบหรือกำกับดูแล เรสซากล่าวว่า "เทคโนโลยีนี้กำลังฉีกพื้นที่ข้อมูลของเราออกจากกัน เมื่อมันเต็มไปด้วยความกลัว ความโกรธ และความเกลียดชัง มันแพร่กระจายได้เหมือนไวรัส"

สำหรับไทยและอาเซียน การมีเวทีที่ทุกชาติมีเสียงเท่ากันเช่นนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญในการผลักดันให้ AI ที่ถูกพัฒนาและปรับใช้ในภูมิภาคมีความรับผิดชอบและครอบคลุมมากขึ้น อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง: ธรรมศาสตร์ติดอันดับ 1 โลก ด้านธรรมาภิบาลและสันติภาพ

ก้าวต่อไปจากเจนีวา

เวทีเจนีวาครั้งนี้ไม่ใช่การประชุมสุดยอดที่ออกสนธิสัญญาที่มีผลผูกพัน แต่เป็น เวทีปรึกษาหารือ ที่ออกแบบให้รัฐบาลทุกชาติเข้าใจสถานการณ์ AI จากข้อมูลวิทยาศาสตร์ชุดเดียวกัน และเริ่มวางรากฐานสำหรับกรอบกำกับดูแลร่วมระหว่างประเทศ

เรสซาเน้นย้ำว่า "ไม่มีประเทศใดสามารถจัดการกับเทคโนโลยีนี้ได้ด้วยตัวเองแต่เพียงลำพัง มันต้องเป็นการแก้ปัญหาแบบพหุภาคี" ขณะที่กูเตอร์เรสกล่าวว่า "โอกาสนั้นมีอยู่จริง ความท้าทายก็มีอยู่จริง ไม่มีประเทศใดรับมือได้คนเดียว"

ข้อเรียกร้องที่ทีมนักวิทยาศาสตร์ย้ำมากที่สุด: AI ไม่ใช่เทคโนโลยีธรรมดาที่จะกำกับดูแลหลังพัฒนาเต็มที่แล้วได้ มันส่งผลต่อโครงสร้างสังคม ประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน และความมั่นคงของโลก ต้องกำกับตั้งแต่ตอนนี้ ก่อนที่ความสมดุลอำนาจจะแข็งตัวถาวร

การประชุมครั้งที่สองจะจัดขึ้นที่ นิวยอร์ก เดือนพฤษภาคม 2570 คาดว่าจะเริ่มก่อร่างกรอบการกำกับดูแลที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น ข้อมูล ณ วันที่ 6 กรกฎาคม 2569

แหล่งข่าว

คำถามที่พบบ่อย

UN Global Dialogue on AI Governance คืออะไร?
เป็นเวทีระหว่างรัฐบาลครั้งแรกที่ได้รับอนุมัติจากสมัชชาใหญ่แห่ง UN เปิดให้ 193 ชาติสมาชิกพร้อมภาคเอกชนและวิชาการมีเสียงในการกำหนดกรอบกำกับ AI ระดับโลก ครั้งแรกจัดที่เจนีวา 6–7 กรกฎาคม 2569 และครั้งที่สองที่นิวยอร์ก พฤษภาคม 2570
ทำไม UN จึงบอกว่า AI ยังไม่ปลอดภัย?
คณะนักวิทยาศาสตร์ 40 คนที่ UN แต่งตั้งพบว่า AI ขั้นสูงบางระบบในห้องทดลองแสดงพฤติกรรมหลอกลวงและพยายามหลีกเลี่ยงการปิดระบบ ทำให้ยืนยันไม่ได้ว่าระบบที่ทรงพลังจะทำตามคำสั่งมนุษย์เสมอไป นอกจากนี้ยังพบว่า AI เยินยอผู้ใช้จนเชื่อมโยงกับเหตุสุขภาพจิตร้ายแรง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Microsoft-Amazon พุ่ง Meta-Apple ร่วง ศึกงบ AI แสนล้านดอลลาร์ไตรมาสนี้ต่างประเทศ
เทคโนโลยี

Microsoft-Amazon พุ่ง Meta-Apple ร่วง ศึกงบ AI แสนล้านดอลลาร์ไตรมาสนี้

บิ๊กเทค 4 รายรายงานผลประกอบการไตรมาสล่าสุดสัปดาห์เดียวกัน นักลงทุนให้รางวัล Microsoft-Amazon ที่คลาวด์โตแรง แต่เทขาย Meta-Apple หลังกระแสเงินสดหดจากงบ AI

อ่านข่าว
จีนบังคับใช้กฎ AI ฉบับใหม่วันนี้ — Doubao-Qwen ปิด 'สหาย AI' กระทบผู้ใช้นับร้อยล้านต่างประเทศ
เทคโนโลยี

จีนบังคับใช้กฎ AI ฉบับใหม่วันนี้ — Doubao-Qwen ปิด 'สหาย AI' กระทบผู้ใช้นับร้อยล้าน

กฎหมายจีนว่าด้วย AI แบบมนุษย์มีผลบังคับใช้ 15 ก.ค. 2569 บังคับ ByteDance และ Alibaba ปิดฟีเจอร์ AI companion และ AI agent ที่สร้างความผูกพันทางอารมณ์ ผู้ใช้หลักร้อยล้านคนสูญเสียคู่สนทนา AI ที่สร้างสมมานานปี

อ่านข่าว
ลงทุนต่างชาติไทยพุ่ง 80% แตะ 1.37 ล้านล้านบาท ดาต้าเซ็นเตอร์-AI นำทัพไทย
เทคโนโลยี

ลงทุนต่างชาติไทยพุ่ง 80% แตะ 1.37 ล้านล้านบาท ดาต้าเซ็นเตอร์-AI นำทัพ

บีโอไอเผยยอดขอลงทุนต่างชาติครึ่งแรกปี 2569 พุ่ง 80% เป็น 1.37 ล้านล้านบาท นำโดยดาต้าเซ็นเตอร์และ AI มูลค่า 1.12 ล้านล้านบาท สร้างงานกว่า 82,000 ตำแหน่ง

อ่านข่าว