ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
tetono.

CLICX เปิดตัวแล้ว: แบงก์เวอร์ชวลแห่งแรกของไทย ดอกเบี้ย 4% เพื่อคนที่ระบบเดิมยังไม่ครอบคลุม

โดย กองบรรณาธิการ Tetonoอ่าน 13 นาที
แชร์บทความนี้
CLICX เปิดตัวแล้ว: แบงก์เวอร์ชวลแห่งแรกของไทย ดอกเบี้ย 4% เพื่อคนที่ระบบเดิมยังไม่ครอบคลุม
Bangkok Bank head office สำนักงานใหญ่ธนาคารกรุงเทพ 2021 by Chainwit. — CC BY-SA 4.0 via Wikimedia Commons

เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569 ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของระบบการเงินอย่างเป็นทางการ เมื่อ CLICX เปิดให้บริการในฐานะ ธนาคารเวอร์ชวล (Virtual Bank) แห่งแรกของไทย ที่ได้รับใบอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย ไม่มีสาขา ไม่ต้องใช้เอกสารกระดาษ แต่มีเป้าหมายชัดเจน: เปิดประตูทางการเงินให้กับคนไทยกว่า 63% ที่ระบบธนาคารแบบเดิมยังเข้าไม่ถึง

พันธมิตรยักษ์ใหญ่สามรายอยู่เบื้องหลัง

CLICX ไม่ใช่สตาร์ทอัพหน้าใหม่ที่เริ่มต้นจากศูนย์ แต่เป็นการร่วมทุนเชิงกลยุทธ์ระหว่างสามองค์กรชั้นนำของไทย ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย (KTB) ผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินและกฎระเบียบธนาคาร, บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (AIS) ผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายใหญ่ที่สุดของไทย และ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก (PTT OR) เจ้าของเครือข่าย PTT Station, Café Amazon และร้านค้าปลีกทั่วประเทศ

การจับมือของสามยักษ์ใหญ่นี้ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของเงินทุน — แต่คือการนำ ฐานข้อมูลลูกค้ารวมกว่า 50 ล้านคน มาไว้ในที่เดียว CLICX จึงมีโอกาสเข้าถึงคนไทยเกือบสามในสี่ของประเทศตั้งแต่วันแรกที่เปิดตัว

ย่านธุรกิจศูนย์กลางการเงินกรุงเทพฯ

63% คนไทยที่ระบบเดิมยังไม่เคยตอบโจทย์

ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่า คนไทยกว่า 63% ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงินที่เหมาะสม และมากกว่า 80% มีเงินสำรองฉุกเฉินไม่เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่าย 6 เดือน

กลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ ฟรีแลนซ์ ผู้ประกอบอาชีพอิสระ เจ้าของร้านค้าออนไลน์ แรงงานนอกระบบ และผู้ขับรถ ride-hailing — กลุ่มคนที่แม้จะมีรายได้สม่ำเสมอ แต่ขาดสิ่งที่ธนาคารแบบเดิมต้องการมากที่สุด นั่นคือสลิปเงินเดือน

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ความสามารถทางการเงินของพวกเขา แต่อยู่ที่ระบบประเมินสินเชื่อที่ยังคงวัดมูลค่าของคนจาก "กระดาษ" ไม่ใช่จาก "พฤติกรรม" CLICX เห็นช่องว่างตรงนี้และตัดสินใจเข้ามาเติมเต็ม

จุดเด่นที่ทำให้ CLICX แตกต่าง

โมเดลสินเชื่อไร้เอกสาร (No-Document Lending) คือหัวใจของ CLICX แทนที่จะขอสลิปเงินเดือนหรือเอกสารรายได้ ธนาคารจะประเมินความสามารถในการชำระหนี้จาก ข้อมูลพฤติกรรม ที่รวบรวมจากพันธมิตร เช่น รูปแบบการใช้โทรศัพท์จาก AIS รูปแบบการจับจ่ายที่ปั๊ม PTT หรือ Café Amazon จาก OR และพฤติกรรมทางการเงินในชีวิตประจำวัน ซึ่งสะท้อนวินัยและศักยภาพที่แท้จริง

ดอกเบี้ยเงินฝาก 4% ต่อปี ถือเป็นข้อเสนอที่โดดเด่นมากในตลาดปัจจุบัน ผ่าน Clicx Save Max 4% pocket เป็นเวลา 3 เดือน บนวงเงินสูงสุด 20,000 บาท ซึ่งสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ทั่วไปของธนาคารพาณิชย์ราว 10–20 เท่า (วงเงินที่เกิน 20,000 บาทจะได้รับดอกเบี้ยที่ 0.5% ต่อปีตามมาตรฐาน)

เลขบัญชีที่เลือกเองได้ เป็นฟีเจอร์แรกในไทย ลูกค้าสามารถเลือกเลขบัญชีส่วนตัวที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นเลขมงคล เลขต่อเนื่อง หรือเลขวันเกิด ซึ่งสะท้อนความเข้าใจในวัฒนธรรมและความต้องการของคนไทย

รางวัลที่เชื่อมกับชีวิตประจำวัน ลูกค้าที่ออมเงินอาจได้รับรางวัลในรูปแบบที่จับต้องได้ เช่น อินเทอร์เน็ตฟรีจาก AIS กาแฟฟรีจาก Café Amazon หรือส่วนลดน้ำมันจาก PTT Station — เชื่อมการออมเงินเข้ากับชีวิตประจำวันอย่างแนบเนียน

ตึกสูงในย่านธุรกิจกรุงเทพฯ สะท้อนการเติบโตของเศรษฐกิจและภาคการเงินไทย (ภาพประกอบ)

เสียงจาก CEO: เปลี่ยนนิยามของ "โอกาสทางการเงิน"

สุพร สุนทรโรหิต CEO ของ CLICX กล่าวว่า "โอกาสทางการเงินไม่ควรวัดจากข้อมูลทางการเงินแบบเดิมเพียงอย่างเดียว แต่ควรสะท้อนศักยภาพจริง พฤติกรรม และวินัยทางการเงินของบุคคลนั้นด้วย"

ถ้อยคำนี้สรุปปรัชญาหลักของ CLICX ได้อย่างตรงไปตรงมา: คนที่ระบบเดิมมองข้ามอาจเป็นลูกค้าที่ดีที่สุด หากมีเครื่องมือที่ถูกต้องในการประเมิน

กัญชนา ชกพิสาน หัวหน้าฝ่ายวิจัยการธนาคารและการเงินของ Kasikorn Research Center ให้ความเห็นว่า Virtual Bank มักเริ่มต้นด้วยผลิตภัณฑ์เงินฝากและการลงทุนก่อนขยายไปสู่บริการอื่น ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของ CLICX ที่วางแผนเปิดตัว Clicx Ready Credit บริการสินเชื่อดิจิทัลในขั้นตอนถัดไป

ใครจะตามมาอีก? ภูมิทัศน์ Virtual Bank ในไทย

CLICX ไม่ได้มาคนเดียว ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุมัติใบอนุญาต Virtual Bank ให้กับอีกสองรายคือ Ascend Bank ที่อาศัยฐานผู้ใช้ TrueMoney กำหนดเปิดตัวในเดือนกรกฎาคม 2569 และ BankX ที่สนับสนุนโดยกลุ่มสถาบันการเงินที่มี SCB X ร่วมอยู่ คาดเปิดให้บริการปลายปีนี้

การแข่งขันระหว่างสามธนาคารจะขับเคลื่อนนวัตกรรมและผลักดันให้ธนาคารแบบเดิมต้องปรับตัว แต่ผู้ที่ได้รับประโยชน์สูงสุดคือผู้บริโภคไทยที่จะมีตัวเลือกมากขึ้น บริการดีขึ้น และอาจได้รับดอกเบี้ยที่สูงขึ้นในระยะยาว

อาคารสำนักงานใหญ่ธนาคารกรุงไทย (KTB) หนึ่งในพันธมิตรผู้ก่อตั้ง CLICX

ความท้าทายที่รออยู่ข้างหน้า

นักวิเคราะห์ประเมินว่า Virtual Bank ทั่วโลกมักต้องเผชิญกับการขาดทุนในช่วงแรก โดยตัวเลขเฉลี่ยผลตอบแทนต่อส่วนทุน (ROE) ในปีแรกอยู่ที่ประมาณ ติดลบ 29% เนื่องจากต้นทุนโครงสร้างพื้นฐานสูงและการสร้างฐานลูกค้าต้องใช้เวลา

สำหรับ CLICX ความท้าทายอยู่ที่ต้องพิสูจน์ว่าโมเดลการประเมินสินเชื่อด้วยข้อมูลพฤติกรรมนั้น ได้ผลจริงในเชิงธุรกิจ ว่าอัตราการชำระหนี้ของลูกค้ากลุ่มใหม่นี้ดีพอที่จะทำกำไรได้หรือไม่ และสามารถรักษาสมดุลระหว่างการเติบโตอย่างรวดเร็วกับการบริหารความเสี่ยงที่รัดกุม

ความหมายสำหรับคนไทย

CLICX ไม่ใช่แค่แบงก์ใหม่ — แต่คือสัญญาณที่ชัดเจนว่าระบบการเงินไทยกำลังปรับตัวเพื่อสะท้อนความเป็นจริงของผู้คนมากขึ้น กราฟิกดีไซน์เนอร์ฟรีแลนซ์ที่รายได้ผันผวน แม่ค้าออนไลน์ที่ขายสินค้าผ่าน TikTok หรือไดร์เวอร์แกร็บที่ทำงานเองโดยไม่มีนายจ้าง — กลุ่มคนเหล่านี้ต่างมีชีวิตทางการเงินที่ธนาคารแบบเดิมมองไม่เห็น

หาก CLICX พิสูจน์ได้ว่าโมเดลของตัวเองใช้ได้จริง และธนาคารอื่นเดินตาม มันอาจเปลี่ยนวิธีที่คนไทยหลายล้านคนเข้าถึงสินเชื่อ เงินออม และบริการทางการเงินไปตลอดกาล

นั่นคือสิ่งที่ทำให้การเปิดตัวของ CLICX มีความหมายมากกว่าแค่ข่าวธุรกิจใหม่อีกชิ้น

แหล่งข่าว

คำถามที่พบบ่อย

CLICX แตกต่างจากธนาคารออนไลน์ทั่วไปอย่างไร?
CLICX คือ Virtual Bank ที่ได้รับใบอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย ดำเนินงานโดยไม่มีสาขา และใช้ข้อมูลพฤติกรรมจาก AIS และ PTT OR แทนเอกสารรายได้แบบเดิม ทำให้คนที่ไม่มีสลิปเงินเดือนก็สมัครสินเชื่อได้
ใครสามารถใช้ CLICX ได้บ้าง?
ทุกคนที่มีสมาร์ตโฟน โดยเน้นกลุ่มฟรีแลนซ์ ผู้ประกอบอาชีพอิสระ ผู้ค้าออนไลน์ และคนทำงานที่ไม่มีสลิปเงินเดือน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มักถูกปฏิเสธจากธนาคารแบบเดิม
CLICX ปลอดภัยหรือไม่?
CLICX ได้รับใบอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย และดำเนินงานภายใต้มาตรฐานเดียวกับธนาคารพาณิชย์ทั่วไป รวมถึงการคุ้มครองเงินฝากในระดับเดียวกัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

OTOP ประทีปไทย 2569 ยอดขายพุ่ง 92 ล้านใน 1.5 วัน เป้า 770 ล้านไทย
เศรษฐกิจ

OTOP ประทีปไทย 2569 ยอดขายพุ่ง 92 ล้านใน 1.5 วัน เป้า 770 ล้าน

งาน "ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP" 2569 ที่เมืองทองธานี ยอดขาย 1.5 วันแรกทะลุ 92.5 ล้านบาท เป้ารวม 770-800 ล้านบาท คืนชุมชนทั่วไทย ถึง 16 ส.ค.

อ่านข่าว
ไทย-อินโดนีเซียจับมือ ตั้งเป้าการค้า 2 หมื่นล้านดอลลาร์ ปี 2573ไทย
เศรษฐกิจ

ไทย-อินโดนีเซียจับมือ ตั้งเป้าการค้า 2 หมื่นล้านดอลลาร์ ปี 2573

นายกฯ อนุทินเยือนอินโดนีเซียครั้งแรกในรอบ 15 ปี ลงนามยุทธศาสตร์ 2569-2573 ตั้งเป้าการค้า 2 หมื่นล้านดอลลาร์ เปิดบินตรงกรุงเทพฯ-จาการ์ตา

อ่านข่าว
สหรัฐเก็บภาษี 12.5% สินค้าไทย ไทยเร่งเจรจาข้อตกลงการค้าหวังลดเหลือ 10%ไทย
เศรษฐกิจ

สหรัฐเก็บภาษี 12.5% สินค้าไทย ไทยเร่งเจรจาข้อตกลงการค้าหวังลดเหลือ 10%

สหรัฐเรียกเก็บภาษีนำเข้า 12.5% สินค้าไทยตั้งแต่ 24 ก.ค. 2569 อ้างปัญหาแรงงานบังคับ ยกเว้นกว่า 2,120 รายการ ขณะไทยเร่งเจรจา ART หวังลดภาษีเหลือ 10% เท่าเพื่อนบ้าน

อ่านข่าว