OTOP ประทีปไทย 2569 ยอดขายพุ่ง 92 ล้านใน 1.5 วัน เป้า 770 ล้าน

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธานเปิดงาน "ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี" ปี 2569 อย่างเป็นทางการในวันนี้ (10 สิงหาคม 2569) ที่อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จ.นนทบุรี โดยก่อนพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ งานนี้ได้เริ่มจำหน่ายสินค้าไปแล้วตั้งแต่วันที่ 8 สิงหาคม และทำยอดขายในช่วง 1 วันครึ่งแรกไปแล้วกว่า 92.5 ล้านบาท สะท้อนแรงซื้อที่คึกคักเกินคาดตั้งแต่วันเปิดงาน
งานนี้คืออะไร ทำไมถึงใหญ่ระดับชาติ
"ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี" เป็นงานแสดงและจำหน่ายสินค้า OTOP (One Tambon One Product) ประจำปีที่กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย จัดขึ้นเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการอนุรักษ์และพัฒนางานหัตถศิลป์และภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย ปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-16 สิงหาคม 2569 รวม 9 วัน ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เปิดให้เข้าชมและเลือกซื้อทุกวันตั้งแต่ 10:00-21:00 น.
งานปีนี้รวบรวมร้านค้าผู้ประกอบการชุมชนจากทั่วประเทศกว่า 2,000 ร้าน ครอบคลุมสินค้า OTOP ทั้ง 5 ประเภทหลัก ตั้งแต่ผ้าไทยและเครื่องแต่งกาย ของใช้ในบ้าน อาหารและเครื่องดื่ม สมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร ไปจนถึงสินค้าจากงานศิลปาชีพและโครงการหลวง โดยรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายพลพีร์ สุวรรณฉวี เป็นประธานแถลงข่าวเปิดตัวงาน ร่วมกับปลัดกระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ และอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายสยาม ศิริมงคล
ภาพประกอบ: การทอผ้าไหมไทย หนึ่งในสินค้า OTOP กลุ่มผ้าและเครื่องแต่งกายที่มีจำหน่ายในงาน — ภาพโดย JJ Harrison, CC BY-SA 3.0 (Wikimedia Commons)
ยอดขายพุ่งตั้งแต่วันแรก ทะลุเป้าไว
ตัวเลขที่สร้างความฮือฮาคือยอดจำหน่ายสะสมตั้งแต่เปิดงานวันที่ 8 สิงหาคม เวลา 10:00 น. จนถึงวันที่ 9 สิงหาคม เวลา 13:00 น. รวมเพียง 1 วันครึ่ง มียอดขายทะลุไปแล้ว 92,510,066 บาท โดยโซนที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ "โซนอาหาร OTOP" ตามด้วยกลุ่มผ้าไทยและเครื่องแต่งกาย ซึ่งเป็นสัดส่วนสินค้าหลักที่ผู้บริโภคชาวไทยมองหาในงานลักษณะนี้เสมอ
ภาพ: อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ผู้เป็นประธานเปิดงานอย่างเป็นทางการวันนี้ — ภาพโดย Rory Arnold / No 10 Downing Street, CC BY 2.0 (Wikimedia Commons)
นายกฯ อนุทิน เดินทางไปตรวจเยี่ยมงานเป็นการส่วนตัวตั้งแต่ช่วงบ่ายวันที่ 9 สิงหาคม หลังเดินทางกลับจากการลงพื้นที่จังหวัดระนอง ก่อนจะกลับมาเป็นประธานพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันนี้ ผู้จัดงานตั้งเป้าหมายเงินสะพัดรวมตลอดการจัดงาน 9 วันไว้ที่ 770-800 ล้านบาท หรือคิดเฉลี่ยไม่น้อยกว่าจังหวัดละ 10 ล้านบาททั่วประเทศ ซึ่งหากเทียบกับงานเดียวกันในปี 2568 ที่ทำยอดขายรวมไปกว่า 814 ล้านบาท ตัวเลขปีนี้จึงมีแนวโน้มไปในทิศทางเดียวกันหรือดีกว่าเดิม
4 โซนใหม่ ยกระดับ OTOP สู่ตลาดพรีเมียม
จุดที่ต่างจากงาน OTOP ในอดีตคือการเพิ่ม 4 โซนใหม่ เพื่อขยายฐานลูกค้าและยกระดับภาพลักษณ์สินค้าชุมชน ได้แก่
- OTOP มูเตลู — เครื่องรางของขลังและงานศิลป์เชิงความเชื่อ ที่กำลังเป็นกระแสนิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่
- OTOP Craft & Design — งานหัตถกรรมร่วมสมัยที่ผสมดีไซน์เข้ากับภูมิปัญญาดั้งเดิม
- OTOP Luxury — เครื่องประดับและอัญมณีระดับพรีเมียม เจาะกลุ่มลูกค้าธุรกิจ (B2B)
- OTOP Spirits Tasting — โซนชิมเครื่องดื่มท้องถิ่นจากภูมิภาคต่าง ๆ
การเพิ่มโซนเหล่านี้สอดคล้องกับเป้าหมายที่กระทรวงมหาดไทยประกาศไว้ คือยกระดับ OTOP "จากโครงการเสริมรายได้ ไปสู่การสร้างผู้ประกอบการไทยรุ่นใหม่ที่แข่งขันได้ในระดับสากล" ผ่านระบบ One Stop Service ที่ให้คำปรึกษาด้านเงินทุน เทคโนโลยี และการตลาดครบวงจรในจุดเดียว
เสียงจากผู้จัดงาน: ปั้นผู้ประกอบการรุ่นใหม่
รองนายกรัฐมนตรี นายพลพีร์ สุวรรณฉวี ระบุว่างานปีนี้เน้นการ "พัฒนาผู้ประกอบการรุ่นใหม่" ผ่านศูนย์ One Stop Service เพื่อแก้ปัญหาที่ผู้ประกอบการชุมชนเผชิญมานาน ทั้งเรื่องเงินทุน เทคโนโลยี และช่องทางการตลาด พร้อมผลักดันกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีเข้ามาสนับสนุนธุรกิจแฟรนไชส์ชุมชนเพิ่มเติม ขณะที่กรมการพัฒนาชุมชนย้ำว่าทุกผืนผ้าและสินค้าที่ถูกเลือกซื้อในงานนี้ "ไม่เพียงสร้างความสุขให้ผู้รับ แต่ยังช่วยอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นและคืนรายได้กลับสู่ชุมชนไทยโดยตรง"
ภาครัฐยังผลักดันมาตรการ "ไทยช่วยไทย พลัส 60/40" ซึ่งเป็นส่วนลดพิเศษสำหรับสินค้า OTOP ในงาน เพื่อจูงใจให้ประชาชนหันมาอุดหนุนสินค้าชุมชนและเกษตรกรไทยโดยตรง ควบคู่กับการเปิดช่องทางสั่งซื้อออนไลน์พร้อมจัดส่งถึงบ้าน สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกเดินทางมาที่งาน
ทำไมเรื่องนี้สำคัญกับเศรษฐกิจฐานราก
งาน OTOP ระดับชาติเช่นนี้เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ทำให้เงินจากผู้บริโภคในเมืองไหลกลับไปถึงผู้ผลิตในระดับตำบล-อำเภอโดยตรง ต่างจากการซื้อสินค้าผ่านห่วงโซ่การผลิตขนาดใหญ่ที่กำไรส่วนใหญ่มักตกอยู่กับผู้ประกอบการรายใหญ่ สำหรับกลุ่มแม่บ้าน วิสาหกิจชุมชน และผู้ผลิตรายย่อยที่พึ่งพารายได้ตามฤดูกาลของงานแสดงสินค้าเช่นนี้ ยอดขายเพียงไม่กี่วันอาจเทียบเท่ารายได้ทั้งปีของกิจการขนาดเล็ก และเป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการได้พบลูกค้าใหม่ ๆ ที่นำไปสู่ออเดอร์ต่อเนื่องหลังจบงาน
สำหรับผู้ประกอบการชุมชนที่เริ่มขยายกิจการและต้องออกใบเสร็จรับเงินหรือใบกำกับภาษีให้ลูกค้าอย่างถูกต้อง เครื่องมือสร้างใบเสร็จ/ใบกำกับภาษีฟรี ช่วยให้ทำเอกสารได้รวดเร็วโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ส่วนผู้ที่สนใจภาพรวมการเข้าถึงบริการการเงินของกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยไทย อ่านเพิ่มเติมได้ในข่าวเปิดตัวธนาคารเวอร์ชวลไทยแห่งแรก
สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป
ภาพประกอบ: บรรยากาศตลาดสินค้าหัตถกรรมไทย (ไม่ใช่ภาพจากงานนี้โดยตรง) — ภาพโดย Mr.Peerapong Prasutr, CC BY-SA 4.0 (Wikimedia Commons)
งานจะดำเนินต่อเนื่องจนถึงวันที่ 16 สิงหาคม 2569 โดยกรมการพัฒนาชุมชนจะสรุปยอดขายรวมทั้งหมดหลังจบงาน ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดว่าเป้าหมาย 770-800 ล้านบาทจะถูกทำได้จริงหรือไม่ เทียบกับสถิติปี 2568 ที่ทำได้ 814 ล้านบาท หากยอดขายยังคงแรงต่อเนื่องในอัตราเดียวกับ 1.5 วันแรก ตัวเลขรวมทั้งงานมีโอกาสแตะหรือทะลุเป้าที่ตั้งไว้ ผู้ที่สนใจเดินทางไปเลือกซื้อสินค้าโดยตรงยังมีเวลาอีกหลายวันก่อนงานจะปิดฉาก
แหล่งข่าว
คำถามที่พบบ่อย
- งาน OTOP ประทีปไทย 2569 จัดถึงวันไหน และเปิดกี่โมง?
- จัดที่อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี จ.นนทบุรี ตั้งแต่วันที่ 8-16 สิงหาคม 2569 เวลา 10:00-21:00 น. ทุกวัน
- ซื้อสินค้า OTOP จากงานนี้ทางออนไลน์ได้ไหม?
- ได้ งานนี้เปิดช่องทางสั่งซื้อออนไลน์พร้อมจัดส่งถึงบ้านสำหรับผู้ที่ไม่สะดวกเดินทางมาที่งาน นอกเหนือจากการเลือกซื้อหน้าร้านกว่า 2,000 ร้านค้าในงาน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ไทยไทย-อินโดนีเซียจับมือ ตั้งเป้าการค้า 2 หมื่นล้านดอลลาร์ ปี 2573
นายกฯ อนุทินเยือนอินโดนีเซียครั้งแรกในรอบ 15 ปี ลงนามยุทธศาสตร์ 2569-2573 ตั้งเป้าการค้า 2 หมื่นล้านดอลลาร์ เปิดบินตรงกรุงเทพฯ-จาการ์ตา
ไทยสหรัฐเก็บภาษี 12.5% สินค้าไทย ไทยเร่งเจรจาข้อตกลงการค้าหวังลดเหลือ 10%
สหรัฐเรียกเก็บภาษีนำเข้า 12.5% สินค้าไทยตั้งแต่ 24 ก.ค. 2569 อ้างปัญหาแรงงานบังคับ ยกเว้นกว่า 2,120 รายการ ขณะไทยเร่งเจรจา ART หวังลดภาษีเหลือ 10% เท่าเพื่อนบ้าน
ไทยไทยติด Top 4 โลก! IMF ยกไทยเป็นผู้ส่งออกฮาร์ดแวร์ AI รายใหญ่สุด ส่งออกอิเล็กทรอนิกส์พุ่ง 41.5%
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ยกไทยเป็น 1 ใน 4 ประเทศผู้ส่งออกฮาร์ดแวร์ AI รายใหญ่สุดของโลก พร้อมเกาหลีใต้-มาเลเซีย-ไต้หวัน ส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ 5 เดือนแรกพุ่ง 41.5% ไทยผลิตฮาร์ดดิสก์ให้โลก 80% ผ่าน WD-Seagate