ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
tetono.

OTOP ประทีปไทย 2569 ยอดขายพุ่ง 92 ล้านใน 1.5 วัน เป้า 770 ล้าน

โดย กองบรรณาธิการ Tetonoอ่าน 14 นาที
แชร์บทความนี้
OTOP ประทีปไทย 2569 ยอดขายพุ่ง 92 ล้านใน 1.5 วัน เป้า 770 ล้าน

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธานเปิดงาน "ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี" ปี 2569 อย่างเป็นทางการในวันนี้ (10 สิงหาคม 2569) ที่อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จ.นนทบุรี โดยก่อนพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ งานนี้ได้เริ่มจำหน่ายสินค้าไปแล้วตั้งแต่วันที่ 8 สิงหาคม และทำยอดขายในช่วง 1 วันครึ่งแรกไปแล้วกว่า 92.5 ล้านบาท สะท้อนแรงซื้อที่คึกคักเกินคาดตั้งแต่วันเปิดงาน

งานนี้คืออะไร ทำไมถึงใหญ่ระดับชาติ

"ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี" เป็นงานแสดงและจำหน่ายสินค้า OTOP (One Tambon One Product) ประจำปีที่กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย จัดขึ้นเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการอนุรักษ์และพัฒนางานหัตถศิลป์และภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย ปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-16 สิงหาคม 2569 รวม 9 วัน ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เปิดให้เข้าชมและเลือกซื้อทุกวันตั้งแต่ 10:00-21:00 น.

งานปีนี้รวบรวมร้านค้าผู้ประกอบการชุมชนจากทั่วประเทศกว่า 2,000 ร้าน ครอบคลุมสินค้า OTOP ทั้ง 5 ประเภทหลัก ตั้งแต่ผ้าไทยและเครื่องแต่งกาย ของใช้ในบ้าน อาหารและเครื่องดื่ม สมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร ไปจนถึงสินค้าจากงานศิลปาชีพและโครงการหลวง โดยรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายพลพีร์ สุวรรณฉวี เป็นประธานแถลงข่าวเปิดตัวงาน ร่วมกับปลัดกระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ และอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายสยาม ศิริมงคล

การทอผ้าไหมไทยด้วยกี่กระตุก ตัวอย่างสินค้า OTOP ประเภทผ้าและเครื่องแต่งกาย ภาพประกอบ: การทอผ้าไหมไทย หนึ่งในสินค้า OTOP กลุ่มผ้าและเครื่องแต่งกายที่มีจำหน่ายในงาน — ภาพโดย JJ Harrison, CC BY-SA 3.0 (Wikimedia Commons)

ยอดขายพุ่งตั้งแต่วันแรก ทะลุเป้าไว

ตัวเลขที่สร้างความฮือฮาคือยอดจำหน่ายสะสมตั้งแต่เปิดงานวันที่ 8 สิงหาคม เวลา 10:00 น. จนถึงวันที่ 9 สิงหาคม เวลา 13:00 น. รวมเพียง 1 วันครึ่ง มียอดขายทะลุไปแล้ว 92,510,066 บาท โดยโซนที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ "โซนอาหาร OTOP" ตามด้วยกลุ่มผ้าไทยและเครื่องแต่งกาย ซึ่งเป็นสัดส่วนสินค้าหลักที่ผู้บริโภคชาวไทยมองหาในงานลักษณะนี้เสมอ

อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ประธานเปิดงาน ภาพ: อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ผู้เป็นประธานเปิดงานอย่างเป็นทางการวันนี้ — ภาพโดย Rory Arnold / No 10 Downing Street, CC BY 2.0 (Wikimedia Commons)

นายกฯ อนุทิน เดินทางไปตรวจเยี่ยมงานเป็นการส่วนตัวตั้งแต่ช่วงบ่ายวันที่ 9 สิงหาคม หลังเดินทางกลับจากการลงพื้นที่จังหวัดระนอง ก่อนจะกลับมาเป็นประธานพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันนี้ ผู้จัดงานตั้งเป้าหมายเงินสะพัดรวมตลอดการจัดงาน 9 วันไว้ที่ 770-800 ล้านบาท หรือคิดเฉลี่ยไม่น้อยกว่าจังหวัดละ 10 ล้านบาททั่วประเทศ ซึ่งหากเทียบกับงานเดียวกันในปี 2568 ที่ทำยอดขายรวมไปกว่า 814 ล้านบาท ตัวเลขปีนี้จึงมีแนวโน้มไปในทิศทางเดียวกันหรือดีกว่าเดิม

4 โซนใหม่ ยกระดับ OTOP สู่ตลาดพรีเมียม

จุดที่ต่างจากงาน OTOP ในอดีตคือการเพิ่ม 4 โซนใหม่ เพื่อขยายฐานลูกค้าและยกระดับภาพลักษณ์สินค้าชุมชน ได้แก่

  • OTOP มูเตลู — เครื่องรางของขลังและงานศิลป์เชิงความเชื่อ ที่กำลังเป็นกระแสนิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่
  • OTOP Craft & Design — งานหัตถกรรมร่วมสมัยที่ผสมดีไซน์เข้ากับภูมิปัญญาดั้งเดิม
  • OTOP Luxury — เครื่องประดับและอัญมณีระดับพรีเมียม เจาะกลุ่มลูกค้าธุรกิจ (B2B)
  • OTOP Spirits Tasting — โซนชิมเครื่องดื่มท้องถิ่นจากภูมิภาคต่าง ๆ

การเพิ่มโซนเหล่านี้สอดคล้องกับเป้าหมายที่กระทรวงมหาดไทยประกาศไว้ คือยกระดับ OTOP "จากโครงการเสริมรายได้ ไปสู่การสร้างผู้ประกอบการไทยรุ่นใหม่ที่แข่งขันได้ในระดับสากล" ผ่านระบบ One Stop Service ที่ให้คำปรึกษาด้านเงินทุน เทคโนโลยี และการตลาดครบวงจรในจุดเดียว

เสียงจากผู้จัดงาน: ปั้นผู้ประกอบการรุ่นใหม่

รองนายกรัฐมนตรี นายพลพีร์ สุวรรณฉวี ระบุว่างานปีนี้เน้นการ "พัฒนาผู้ประกอบการรุ่นใหม่" ผ่านศูนย์ One Stop Service เพื่อแก้ปัญหาที่ผู้ประกอบการชุมชนเผชิญมานาน ทั้งเรื่องเงินทุน เทคโนโลยี และช่องทางการตลาด พร้อมผลักดันกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีเข้ามาสนับสนุนธุรกิจแฟรนไชส์ชุมชนเพิ่มเติม ขณะที่กรมการพัฒนาชุมชนย้ำว่าทุกผืนผ้าและสินค้าที่ถูกเลือกซื้อในงานนี้ "ไม่เพียงสร้างความสุขให้ผู้รับ แต่ยังช่วยอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นและคืนรายได้กลับสู่ชุมชนไทยโดยตรง"

ภาครัฐยังผลักดันมาตรการ "ไทยช่วยไทย พลัส 60/40" ซึ่งเป็นส่วนลดพิเศษสำหรับสินค้า OTOP ในงาน เพื่อจูงใจให้ประชาชนหันมาอุดหนุนสินค้าชุมชนและเกษตรกรไทยโดยตรง ควบคู่กับการเปิดช่องทางสั่งซื้อออนไลน์พร้อมจัดส่งถึงบ้าน สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกเดินทางมาที่งาน

ทำไมเรื่องนี้สำคัญกับเศรษฐกิจฐานราก

งาน OTOP ระดับชาติเช่นนี้เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ทำให้เงินจากผู้บริโภคในเมืองไหลกลับไปถึงผู้ผลิตในระดับตำบล-อำเภอโดยตรง ต่างจากการซื้อสินค้าผ่านห่วงโซ่การผลิตขนาดใหญ่ที่กำไรส่วนใหญ่มักตกอยู่กับผู้ประกอบการรายใหญ่ สำหรับกลุ่มแม่บ้าน วิสาหกิจชุมชน และผู้ผลิตรายย่อยที่พึ่งพารายได้ตามฤดูกาลของงานแสดงสินค้าเช่นนี้ ยอดขายเพียงไม่กี่วันอาจเทียบเท่ารายได้ทั้งปีของกิจการขนาดเล็ก และเป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการได้พบลูกค้าใหม่ ๆ ที่นำไปสู่ออเดอร์ต่อเนื่องหลังจบงาน

สำหรับผู้ประกอบการชุมชนที่เริ่มขยายกิจการและต้องออกใบเสร็จรับเงินหรือใบกำกับภาษีให้ลูกค้าอย่างถูกต้อง เครื่องมือสร้างใบเสร็จ/ใบกำกับภาษีฟรี ช่วยให้ทำเอกสารได้รวดเร็วโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ส่วนผู้ที่สนใจภาพรวมการเข้าถึงบริการการเงินของกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยไทย อ่านเพิ่มเติมได้ในข่าวเปิดตัวธนาคารเวอร์ชวลไทยแห่งแรก

สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป

ภาพประกอบ: ตลาดสินค้าหัตถกรรมและของที่ระลึกไทย บรรยากาศการจับจ่ายสินค้าชุมชน ภาพประกอบ: บรรยากาศตลาดสินค้าหัตถกรรมไทย (ไม่ใช่ภาพจากงานนี้โดยตรง) — ภาพโดย Mr.Peerapong Prasutr, CC BY-SA 4.0 (Wikimedia Commons)

งานจะดำเนินต่อเนื่องจนถึงวันที่ 16 สิงหาคม 2569 โดยกรมการพัฒนาชุมชนจะสรุปยอดขายรวมทั้งหมดหลังจบงาน ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดว่าเป้าหมาย 770-800 ล้านบาทจะถูกทำได้จริงหรือไม่ เทียบกับสถิติปี 2568 ที่ทำได้ 814 ล้านบาท หากยอดขายยังคงแรงต่อเนื่องในอัตราเดียวกับ 1.5 วันแรก ตัวเลขรวมทั้งงานมีโอกาสแตะหรือทะลุเป้าที่ตั้งไว้ ผู้ที่สนใจเดินทางไปเลือกซื้อสินค้าโดยตรงยังมีเวลาอีกหลายวันก่อนงานจะปิดฉาก

แหล่งข่าว

คำถามที่พบบ่อย

งาน OTOP ประทีปไทย 2569 จัดถึงวันไหน และเปิดกี่โมง?
จัดที่อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี จ.นนทบุรี ตั้งแต่วันที่ 8-16 สิงหาคม 2569 เวลา 10:00-21:00 น. ทุกวัน
ซื้อสินค้า OTOP จากงานนี้ทางออนไลน์ได้ไหม?
ได้ งานนี้เปิดช่องทางสั่งซื้อออนไลน์พร้อมจัดส่งถึงบ้านสำหรับผู้ที่ไม่สะดวกเดินทางมาที่งาน นอกเหนือจากการเลือกซื้อหน้าร้านกว่า 2,000 ร้านค้าในงาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไทย-อินโดนีเซียจับมือ ตั้งเป้าการค้า 2 หมื่นล้านดอลลาร์ ปี 2573ไทย
เศรษฐกิจ

ไทย-อินโดนีเซียจับมือ ตั้งเป้าการค้า 2 หมื่นล้านดอลลาร์ ปี 2573

นายกฯ อนุทินเยือนอินโดนีเซียครั้งแรกในรอบ 15 ปี ลงนามยุทธศาสตร์ 2569-2573 ตั้งเป้าการค้า 2 หมื่นล้านดอลลาร์ เปิดบินตรงกรุงเทพฯ-จาการ์ตา

อ่านข่าว
สหรัฐเก็บภาษี 12.5% สินค้าไทย ไทยเร่งเจรจาข้อตกลงการค้าหวังลดเหลือ 10%ไทย
เศรษฐกิจ

สหรัฐเก็บภาษี 12.5% สินค้าไทย ไทยเร่งเจรจาข้อตกลงการค้าหวังลดเหลือ 10%

สหรัฐเรียกเก็บภาษีนำเข้า 12.5% สินค้าไทยตั้งแต่ 24 ก.ค. 2569 อ้างปัญหาแรงงานบังคับ ยกเว้นกว่า 2,120 รายการ ขณะไทยเร่งเจรจา ART หวังลดภาษีเหลือ 10% เท่าเพื่อนบ้าน

อ่านข่าว
ไทยติด Top 4 โลก! IMF ยกไทยเป็นผู้ส่งออกฮาร์ดแวร์ AI รายใหญ่สุด ส่งออกอิเล็กทรอนิกส์พุ่ง 41.5%ไทย
เศรษฐกิจ

ไทยติด Top 4 โลก! IMF ยกไทยเป็นผู้ส่งออกฮาร์ดแวร์ AI รายใหญ่สุด ส่งออกอิเล็กทรอนิกส์พุ่ง 41.5%

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ยกไทยเป็น 1 ใน 4 ประเทศผู้ส่งออกฮาร์ดแวร์ AI รายใหญ่สุดของโลก พร้อมเกาหลีใต้-มาเลเซีย-ไต้หวัน ส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ 5 เดือนแรกพุ่ง 41.5% ไทยผลิตฮาร์ดดิสก์ให้โลก 80% ผ่าน WD-Seagate

อ่านข่าว